ปลุกพลังการอ่าน ปลูกอนาคตแห่งปัญญา

ตัวบท
ตัวบทแต่ละประเภทจะถูกจำแนกออกจากกันโดยพิจารณาจากจุดประสงค์ที่ชัดเจนในการนำเสนอ เช่น การโน้มน้าว การให้ข้อมูล การเล่าเรื่อง การพรรณนา การอธิบายกระบวนการ หรือการประเมินคุณค่า
ประเภทบทอ่าน 6 ประเภท
(1) การให้ข้อมูล (Informative)
(2) การเล่าเรื่อง (Narrative)
(3) การบอกกระบวนการ(Procedural) (4) การบรรยาย (Descriptive)
(5) การแสดงทรรศนะ (Argumentative)
(6) การประเมินคุณค่า (Evaluative)

อ่านให้เป็น
“อ่านเป็น” เป็นการอ่านที่ผู้อ่านจะต้องเข้าใจเรื่องที่อ่าน ต้องสามารถคิด วิเคราะห์ สรุป วิพากษ์วิจารณ์ ตลอดจนสามารถเข้าใจความหมายแฝงของสารที่อ่านได้
โครงการนี้จะมุ่งเน้นการพัฒนาการอ่านระดับ “อ่านเป็น” โดยจำแนกความสามารถในการอ่านออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1) การอ่านจับรายละเอียด 2) การอ่านจับใจความ 3) การอ่านตีความ และ 4) การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

วัดทักษะ
ผังการสร้างข้อสอบ (Test Blueprint) คือแผนผังหรือโครงร่างที่กำหนดโครงสร้างและรายละเอียดของข้อสอบ โดยระบุว่าเนื้อหาหรือทักษะใดบ้างที่จะนำมาทำเป็นข้อสอบ จำนวนข้อในแต่ละส่วน ความยากง่ายของข้อ และวิธีการวัดผลที่ใช้ เช่น ข้อสอบแบบปรนัย หรืออัตนัย ซึ่งผังนี้ช่วยให้การสร้างข้อสอบมีโครงสร้างที่ชัดเจนและเป็นระบบ
ช่วยครู
– หลักสูตรความรู้เรื่องการอ่านและภาษา แบ่งออกเป็น 6 ส่วน ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับการอ่าน ความสามารถด้านการอ่าน ประเภทของบทอ่าน ความรู้พื้นฐานด้านการใช้ภาษาในการสร้างเครื่องมือพัฒนาทักษะการอ่าน และการเตรียมตัวบทสำหรับฝึกความสามารถด้านการอ่าน
– หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน ให้ผู้เข้าร่วมอบรมจัดทำเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านประเภทต่าง ๆ ได้แก่ การอ่านจับรายละเอียด การอ่านจับใจความ การอ่านตีความ และการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ ประเภทละ 1 เรื่อง ซึ่งประกอบด้วยบทอ่านและชุดคำถาม (คำถามและชุดตัวเลือก) อย่างน้อย 1 ข้อ
คลังบทอ่าน
– คลังบทอ่านที่พัฒนานี้มีข้อมูลสามประเภท บทอ่านที่ปรับแก้ไขภาษาให้เหมาะกับการสอนอ่าน บทอ่านตามจริงที่เขียน และบทอ่านที่เขียนด้วย AI
– บทอ่านที่ใช้สอนนอกจากจะเลือกบทอ่านที่เหมาะสมกับระดับผู้เรียนแล้ว ยังควรมีการปรับแก้ไขภาษาให้เหมาะสมต่อการสอนอ่านและเป็นตัวอย่างบทความที่ดีแก่ผู้เรียน
– อย่างไรก็ดี บทความที่เขียนเผยแพร่นั้นอาจไม่ได้เขียนตามขนบที่ยอมรับกัน แต่ก็เป็นบทความที่เผยแพร่จริง คลังบทอ่านนี้จึงได้คัดเลือกบทอ่านตามจริงไว้ส่วนหนึ่งด้วย เพื่อให้มีบทอ่านที่เป็นจริงตามที่คนทั่วไปเขียนด้วย
– นอกจากนี้ ความก้าวหน้าของ AI ที่สามารถเขียนเรื่องต่าง ๆ ตามสั่งได้ใกล้เคียงมนุษย์เขียน จึงสามารถให้ AI สร้างบทอ่านที่ต้องการได้
บทความ “ปลุกพลังการอ่าน ปลูกอนาคตแห่งปัญญา”
บทเรียนจากก๊วยเจ๋งทำให้รู้ว่าพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญ หากขาดพื้นฐานที่ดีก็ยากที่จะต่อยอดประสบความสำเร็จ. ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ ผู้คนต่างแสวงหาความรู้ความเชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการอยู่รอด. บ้างก็ว่าต้องเน้นเรื่องที่ AI ไม่มีอย่างเช่น ความเห็นอกเห็นใจ (empathy) ความคิดสร้างสรรค์ ความฉลาดทางอารมณ์. บ้างก็ว่าต้องมีพื้นฐานคณิตศาสตร์ดี สามารถเขียนโปรแกรมโค้ด สามารถคิดเชิงวิพากษ์ ฯลฯ. แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้หากไม่มีพื้นฐานที่ดี ก็ยากที่จะบรรลุได้.
แล้วพื้นฐานที่ดีสำหรับคนไทยคืออะไร. ตอบโดยสรุปคือความสามารถทางภาษาไทย ทั้งการอ่านและเขียน. ทำไมภาษาไทยจึงเป็นพื้นฐานสำคัญ. เพราะภาษาเป็นหนึ่งเดียวกับความคิด เราคิดและทำความเข้าใจเรื่องต่าง ๆ รอบตัวผ่านภาษา และภาษาแรกที่เราคนไทยรู้คือภาษาไทย. ทักษะการอ่านช่วยให้เรารับรู้และวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ ๆ ได้ ส่วนทักษะการเขียนที่ดีช่วยให้เราสามารถเรียบเรียงและลำดับความคิดออกมาให้ชัดเจนได้.