หลักสูตรอบรม “การสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน” มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้
ความเข้าใจ และทักษะในการออกแบบและพัฒนาเครื่องมือที่ใช้ในการฝึกและประเมินทักษะการอ่านอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นให้ผู้เข้าอบรมสามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับบริบททางการศึกษาของนักเรียนในแต่ละระดับ
ทั้งนี้ ผู้วิจัยเห็นว่า การเรียนรู้ในหลักสูตรดังกล่าวจะเกิดประสิทธิผลได้อย่างแท้จริง ผู้เข้าอบรมจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานด้านภาษา และความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการอ่าน กลวิธีที่เกี่ยวข้องกับทักษะการอ่าน ตลอดจนปัจจัยที่ส่งผลต่อความเข้าใจในเนื้อหา ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการเชื่อมโยงไปสู่การออกแบบเครื่องมือที่มีความถูกต้อง เหมาะสม และสามารถนำไปใช้ได้จริงในสถานการณ์การเรียนการสอน
คณะผู้วิจัยได้จัดทำเนื้อหาหลักสูตร โดยเริ่มตั้งแต่แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการอ่าน ไปจนถึงการฝึกปฏิบัติในการสร้างเครื่องมือที่สามารถนำไปใช้จริงในบริบทของห้องเรียน โดยมุ่งหวังให้ผู้เข้าอบรมได้รับทั้งองค์ความรู้เชิงทฤษฎีควบคู่กับประสบการณ์เชิงปฏิบัติ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดในการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วย
- หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน : ความรู้เรื่องการอ่านและภาษา
- หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน : ระดับกลาง
- หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน : ระดับสูง
- หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน : ระดับต้น
การทดลองใช้หลักสูตรพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน : ระดับกลาง
เมื่อ หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน: ความรู้เรื่องการอ่านและภาษา และ หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน : ระดับกลาง ผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิเรียบร้อยแล้ว จึงได้นำหลักสูตรทั้ง 2 ส่วนนี้ไปทดลองอบรมให้กับครูกลุ่มตัวอย่างซึ่งคัดเลือกแบบสุ่มจากครูที่ปฏิบัติหน้าที่สอนในโรงเรียนซึ่งใช้หลักสูตรแกนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ และสามารถเข้าร่วมการอบรมได้ครบถ้วนทุกหลักสูตร การอบรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อนำหลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง โดยกลุ่มตัวอย่างมาจากการคัดเลือกครูจำนวนทั้งสิ้น 14 คน ซึ่งมาจากสังกัดที่แตกต่างกัน ได้แก่ ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ครูสังกัดกรุงเทพมหานคร ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน และศึกษานิเทศก์ การอบรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 20-22 มิถุนายน พ.ศ. 2568ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ สยามสแควร์ การอบรมหลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านในระยะที่ 1 มีกิจกรรมดังนี้
| กิจกรรม | วันที่ 1 | วันที่ 2 | วันที่ 3 | ผลผลิต | |||
| เช้า | บ่าย | เช้า | บ่าย | เช้า | บ่าย | ||
| 1. การวัดความรู้พื้นฐาน (Pre-test) สำหรับครูก่อนเข้ารับการอบรม | ผลประเมินความสามารถทางภาษาและการรู้เรื่องการอ่านของครูผู้เข้าอบรม | ||||||
| 2. หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน: ความรู้เรื่องการอ่านและภาษา | |||||||
| 3. หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน: ระดับกลาง | เครื่องมือพัฒนาทักษะการอ่าน : ระดับกลาง | ||||||
จากตารางกิจกรรมข้างต้น จะเห็นว่ากิจกรรมหลักในระยะที่ 1 มี 3 ส่วน ส่วนที่ 1 ใช้เวลาจำนวนครึ่งวันเพื่อทดสอบวัดความรู้พื้นฐานสำหรับครูก่อนเข้ารับการอบรม ทั้งนี้ ผลคะแนนจะถูกนำมาใช้ประกอบการอบรมเพื่อปรับพื้นฐานความรู้ด้วยเล่ม หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน: ความรู้เรื่องการอ่านและภาษา ในช่วงเวลาครึ่งวันที่เหลือต่อไป
หลังจากนั้น ครูผู้เข้าอบรมจะได้เรียนรู้ผ่านเล่ม หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน: ระดับกลาง ในวันที่ 2 – 3 ของการอบรม โดยเมื่อสิ้นสุดการอบรมนี้ คาดหวังให้ครูผู้เข้าอบรมแต่ละท่านผลิตเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน : ระดับกลาง ได้จำนวน 4 เรื่อง แบ่งเป็น ประเภทการอ่านจับรายละเอียด การอ่านจับใจความ การอ่านตีความ และการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ อย่างละ 1 เรื่อง คิดเป็นผลรวมชิ้นงานที่จะได้รับทั้งสิ้น 60 เรื่อง (ครูผู้เข้าอบรม 15 คน * 4 เรื่อง)
ผลการทดสอบความรู้พื้นฐาน
“หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน: ความรู้เรื่องการอ่านและภาษา” ซึ่งเป็นเนื้อหาส่วนแรกจะประกอบด้วยเนื้อหาตามลำดับ ดังนี้
| ลำดับ | หัวข้อ | วัตถุประสงค์ |
| 1 | การอ่าน – ความหมายของการอ่าน – ประเภทของการอ่าน – มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของกระทรวงศึกษาธิการ – กระบวนการการอ่าน | – เพื่อให้ผู้เข้าอบรมทราบ และได้เห็นสิ่งที่เป็นเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการ อันเป็นพื้นฐานให้เข้าใจระดับความสามารถ และความคาดหวังกับนักเรียนในระดับชั้นต่าง ๆ |
| 2 | ความสามารถในการอ่าน – จับรายละเอียด – จับใจความ – ตีความ – วิจารณญาณ | – เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเข้าใจหลักการสำคัญและคุณลักษณะของบทอ่านแต่ละประเภท ที่จะนำมาใช้ในการสร้างบทเรียนเสริมการอ่าน |
| 3 | ประเภทของบทอ่าน | – เพื่อให้ผู้เข้าอบรมรู้จัก เข้าใจ และสามารถเลือกบทอ่านประเภทต่าง ๆ มาวัดความสามารถได้ตรงตามวัตถุประสงค์ |
| 4 | การฝึกพิจารณาคุณภาพตัวบทและการปรับแก้ตัวบท – การใช้ภาษาถูกต้อง – สัมพันธภาพของบทอ่าน (การเรียบเรียงประเด็น/การลำดับความคิด) | – เพื่อปรับความรู้พื้นฐานของผู้เข้าอบรมด้านภาษาและสัมพันธภาพของบทอ่าน จนสามารถปรับแก้ไขภาษาในบทอ่านให้ถูกต้องและสื่อความได้ชัดเจน |
| 5 | การสร้างแบบฝึกความสามารถด้านการอ่าน (การตั้งคำถาม ตัวเลือก ตัวลวง ฯลฯ) | – เพื่อให้ผู้เข้าอบรมรู้หลักการตั้งคำถาม การสร้างตัวเลือก ตัวลวง ตลอดจนสามารถเลือกใช้คำถามลักษณะต่าง ๆ สำหรับสร้างแบบฝึกความสามารถด้านการอ่านได้ตรงตามประเภทการอ่าน |
การทดสอบความรู้พื้นฐานมีคะแนนเต็ม 20 คะแนน ผลการทดสอบพบว่า ผู้เข้าทดสอบมีคะแนนเฉลี่ย 16.57 คะแนน คะแนนมีการกระจายตัวในช่วง 13-19 คะแนน คะแนนมัธยฐานอยู่ที่ 16 คะแนน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้เข้าทดสอบมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาอยู่ในระดับที่ดี
ผลการประเมินการอบรมทดลอง “หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน” ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 20-22 มิถุนายน 2568แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่
- ภาพรวมของหลักสูตร
- หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน : ความรู้เรื่องการอ่านและภาษา
- รายงานผลการทดลองหลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน : ระดับกลาง
- ภาพรวมการจัดอบรม
ภาพรวมของหลักสูตร
การประเมินภาพรวมหลักสูตรแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ได้แก่ การประเมินด้านเนื้อหาว่าสอดคล้องกับวัตถุประสงค์หรือไม่ และการประเมินด้านการเรียงลำดับหัวข้อมีความเหมาะสมหรือไม่ มีรายละเอียดดังนี้

จากผลการประเมินภาพรวมของหลักสูตร พบว่า ในประเด็นเรื่องความสอดคล้องของเนื้อหากับวัตถุประสงค์ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ให้คะแนนในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 93.3 ขณะที่อีกร้อยละ 6.7 ให้คะแนนในระดับมาก สะท้อนให้เห็นว่า เนื้อหาของหลักสูตรสามารถตอบสนองวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ได้อย่างชัดเจนและครอบคลุม ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความเหมาะสมและความเป็นระบบของการออกแบบหลักสูตร
หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน : ความรู้เรื่องการอ่านและภาษา
การประเมินเนื้อหาหลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน : ความรู้เรื่องการอ่านและภาษา แบ่งออกเป็น 6 ส่วน ได้แก่






หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน : ระดับกลาง
การประเมินการทดลองหลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่าน : ระดับกลาง แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่




ผลการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านของผู้เข้าอบรม
ผลการตรวจพิจารณาคำถามและชุดตัวเลือก พบว่า มีจำนวนคำถามและชุดตัวเลือกที่ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 68.75 ขณะที่จำนวนคำถามและชุดตัวเลือกที่ไม่ผ่านเกณฑ์คิดเป็นร้อยละ 31.25 รายละเอียดดังตาราง
| ความสามารถ การอ่าน | จำนวน บทอ่าน (ชุด) | จำนวน ข้อคำถามรวม (ข้อ) | จำนวนคำถามและชุดตัวเลือก | |||
| ผ่านเกณฑ์ | ไม่ผ่านเกณฑ์ | |||||
| (ข้อ) | (ร้อยละ) | (ข้อ) | (ร้อยละ) | |||
| จับรายละเอียด | 14 | 77 | 46 | 59.74 | 31 | 40.26 |
| จับใจความ | 14 | 72 | 41 | 56.94 | 31 | 43.06 |
| ตีความ | 14 | 44 | 36 | 81.82 | 8 | 18.18 |
| วิจารณญาณ | 15 | 47 | 42 | 89.36 | 5 | 10.64 |
| รวม | 57 | 240 | 165 | 68.75 | 75 | 31.25 |
จากตารางแสดงให้เห็นว่า ผู้เข้าอบรมเข้าใจเนื้อหาหลักสูตรและสามารถสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านได้ในระดับหนึ่ง แต่อาจมีบางส่วนที่ต้องปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม
ทั้งนี้ หากพิจารณาในแต่ละประเภทความสามารถการอ่านพบว่า การอ่านจับรายละเอียดมีข้อคำถามที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 59.74 ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 40.26 การอ่านจับใจความมีข้อคำถามที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 56.94 ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 43.06 ซึ่งจะเห็นได้ว่าทั้งการอ่านจับรายละเอียดและการอ่านจับใจความมีข้อคำถามที่ผ่านเกณฑ์มากกว่าข้อคำถามที่ไม่ผ่านเกณฑ์เล็กน้อย แตกต่างจากการอ่านตีตวามและการอ่านอย่างมีวิจารณญาณซึ่งมีข้อคำถามที่ผ่านเกณฑ์มากกว่าข้อคำถามที่ไม่ผ่านเกณฑ์ค่อนข้างมาก กล่าวคือ การอ่านตีความมีข้อคำถามที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 81.82 ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 18.18 และการอ่านอย่างมีวิจารณญาณมีข้อคำถามที่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 89.36 ไม่ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 10.64 จึงอาจกล่าวได้ว่าผู้เข้าอบรมสามารถสร้างคำถามและชุดตัวเลือกในประเภทการอ่านตีความและการอ่านอย่างมีวิจารณญาณได้ผ่านเกณฑ์มากกว่าการอ่านจับรายละเอียดและการอ่านจับใจความ โดยผู้เข้าอบรมสามารถสร้างคำถามและชุดตัวเลือกในประเภทการอ่านอย่างมีวิจารณญาณได้ผ่านเกณฑ์มากที่สุด รองลงมาคือการอ่านตีความ การอ่านจับรายละเอียด และการอ่านจับใจความ ตามลำดับ
แผนภูมิแสดงสัดส่วนข้อคำถามที่ผ่านเกณฑ์และไม่ผ่านเกณฑ์ในแต่ละประเภทความสามารถ

สรุปผลการทดลองหลักสูตร
หลักสูตรการสร้างเครื่องมือเพื่อพัฒนาทักษะการอ่านทําให้ผู้เข้าอบรมเห็นแนวทางและสามารถสร้างเครื่องมือได้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าบางส่วนอาจยังวัดความสามารถด้านการอ่านคลาดเคลื่อนไปบ้าง บางส่วนยังไม่สามารถใช้วัดความสามารถด้านการอ่านได้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะการตั้งคำถามและชุดตัวเลือกไม่สอดคล้องกับการพัฒนาทักษะการอ่านระดับกลาง การตั้งคำถามและชุดตัวเลือกไม่ตรงกับความสามารถที่ต้องการวัด นอกจากนี้ยังพบลักษณะอื่น ๆ ได้แก่ การตั้งตัวเลือกที่เป็นตัวถูกมากกว่า 1 ข้อ การตั้งตัวเลือกที่ไม่สม่ำเสมอ การตั้งคำถามและชุดตัวเลือกที่ไม่ได้วัดความสามารถด้านการอ่าน และการตั้งชุดตัวเลือกที่ไม่สัมพันธ์กับคำถาม
