โครงการวิจัยนี้แบ่งทักษะการอ่านออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ การอ่านจับรายละเอียด การอ่านจับใจความ การอ่านตีความ และการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ การจะสร้างบทอ่านเพื่อใช้วัดความสามารถด้านการอ่านให้ได้ตรงตามวัตถุประสงค์นั้นจำเป็นต้องทราบลักษณะของบทอ่านแต่ละประเภทก่อน
การเข้าใจว่าบทอ่านประเภทใดจะช่วยให้ผู้อ่านสามารถคาดเดาเนื้อหาและตระหนักถึงวัตถุประสงค์ของผู้เขียนได้ การแบ่งประเภทของเนื้อหาออกเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ รูปแบบการเขียน และเนื้อหา เพื่อช่วยให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจในประเด็นที่ผู้เขียนต้องการนำเสนอ จากการค้นคว้าเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทางด้านศึกษาศาสตร์และภาษาศาสตร์พบว่าการจำแนกประเภทบทอ่านมีประโยชน์อย่างมากต่อการสร้างการค้นหาบทความที่จะช่วยพัฒนาทักษะการอ่าน สร้างความเข้าใจในเนื้อหา และสามารถประเมินผลลัพธ์ความเข้าใจของผู้อ่านได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของบทอ่าน
ประเภทของบทอ่านสามารถแบ่งออกได้หลายประเภทจากหลากหลายหลักเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งตามรูปแบบหรือแบ่งตามเนื้อหา เช่น เป็นประเภทวิชาการ สารคดี หรือบันเทิงคดี และแบ่งตามลักษณะการมีหรือไม่มีฉันทลักษณ์ เช่น ร้อยกรอง ร้อยแก้ว เป็นต้น การแบ่งประเภทของบทอ่านทำให้ผู้อ่านอ่านสารนั้น ๆ ได้อย่างมีวิจารณญาณและตระหนักถึงใจความที่ต้องการจะสื่อ ความน่าเชื่อถือ และวัตถุประสงค์ที่ผู้เขียนเรียบเรียงบทอ่าน (วนิดา, 2559)
การจำแนกหรือแบ่งกลุ่มบทอ่านออกตามวัตถุประสงค์ของการเขียนจะสะท้อนถึงเจตนาหรือเป้าหมายหลักของผู้เขียนในการสื่อสารเนื้อหานั้นๆ ในแง่นี้ ตัวบทแต่ละประเภทจะถูกจำแนกออกจากกันโดยพิจารณาจากจุดประสงค์ที่ชัดเจนในการนำเสนอ เช่น การโน้มน้าว การให้ข้อมูล การเล่าเรื่อง การพรรณนา การอธิบายกระบวนการ หรือการประเมินคุณค่า ในงานวิจัยนี้ ได้เลือกแบ่งประเภทบทอ่านตามลักษณะเนื้อความของบทอ่าน โดยแบ่งเป็น 6 ประเภทที่อิงจากเนื้อหาและภาษาที่ใช้ ได้ดังนี้
การให้ข้อมูล (Informative)

บทอ่านให้ข้อมูล (Informative) คือ บทความที่มุ่งเน้นการให้ข้อมูล ความรู้ หรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้หรือแจ้งข้อมูลแก่ผู้อ่าน ลักษณะสำคัญของบทความประเภทนี้คือ เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน ดังนั้นบทความให้ข้อมูลจึงมักจะเป็นการเขียนที่ใช้ภาษาชัดเจนและเป็นกลาง น่าเชื่อถือ อธิบายข้อเท็จจริงเพียงเท่านั้น ไม่มีการแสดงอารมณ์หรือมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน ซึ่งจะแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับบทความแสดงทรรศนะ (Grabe & Stoller, 2002; Lapp et al., 2013) บทความให้ข้อมูลมักจะปรากฏในรูปแบบของหนังสือเรียน รายงานการวิจัย หรือบทความที่เน้นการให้ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงเชิงวิชาการแก่ผู้อ่าน เช่น บทความทางวิชาการ สารคดี สารานุกรม
ตัวอย่างบทอ่าน : การให้ข้อมูล
ภาวะเรือนกระจก หรือ ปรากฏการณ์เรือนกระจก (Greenhouse Effect) คือ การที่โลกถูกห่อหุ้มด้วยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นองค์ประกอบของบรรยากาศโลก ก๊าซเหล่านี้ดูดคลื่นรังสีความร้อนไว้ในเวลากลางวัน แล้วค่อย ๆ แผ่รังสีความร้อนออกมาในเวลากลางคืน ทำให้อุณหภูมิในบรรยากาศโลกไม่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หากไม่มีก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ จะทำให้อุณหภูมิในตอนกลางวันนั้นร้อนจัดและในตอนกลางคืนนั้นหนาวจัด เป็นผลทำให้ระดับอุณหภูมิพื้นผิวโลกเฉลี่ยสูงขึ้น
ภาวะเรือนกระจกเป็นการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิความร้อนที่เป็นไปตามกระบวนการธรรมชาติ คือ การที่ชั้นบรรยากาศดูดกลืนรังสีคลื่นยาวช่วงอินฟาเรดที่แผ่ออกจากพื้นผิวโลก แล้วคายพลังงานความร้อนปกคลุมให้ความอบอุ่นแก่โลก ทำให้โลกไม่เย็นจัดในเวลากลางคืน ภาวะเรือนกระจกช่วยรักษาสภาพสมดุลทางอุณหภูมิไว้ได้ จึงมีวัฏจักรน้ำ อากาศ และฤดูกาลต่าง ๆ ดำเนินไปอย่างสมดุลเอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิต ภาวะเรือนกระจก เปรียบเสมือนกรอบกระจกที่คอยควบคุมอุณหภูมิและวัฏจักรต่าง ๆ ให้เป็นไปอย่างสมดุล
อีกนัยหนึ่ง ภาวะเรือนกระจก คือ ภาวะที่ชั้นบรรยากาศของโลกกระทำตัวเสมือนกระจก ที่ยอมให้รังสีคลื่นสั้นผ่านลงมายังผิวโลกได้ แต่จะดูดกลืนรังสีคลื่นยาวช่วงอินฟราเรดที่แผ่ออกจากพื้นผิวโลกเอาไว้ จากนั้นก็จะคายพลังงานความร้อนให้กระจายอยู่ภายใน ชั้นบรรยากาศและพื้นผิวโลก จึงเปรียบเสมือนกระจกที่ปกคลุมผิวโลกให้มีภาวะสมดุลทางอุณหภูมิ และเหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิตบนผิวโลก แต่ในปัจจุบันมีก๊าซบางชนิดสะสมอยู่ในชั้นบรรยากาศมากเกินสมดุล ซึ่งก๊าซเหล่านี้สามารถดูดกลืนรังสีคลื่นยาวช่วงอินฟราเรดและคายพลังงานความร้อนได้ดี พื้นผิวโลกและชั้นบรรยากาศจึงมีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศของโลกและสิ่งมีชีวิต ที่มา : https://dmcrth.dmcr.go.th/manpro/detail/11697/
ตัวอย่างข้างต้นเป็นบทความวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับภาวะโลกร้อนที่มุ่งเน้นการให้ข้อมูลความรู้แก่ผู้อ่าน หากสังเกตลักษณะทางภาษาจะเห็นว่า มีการใช้ภาษาที่ชัดเจน ไม่มีการใช้ถ้อยคำที่แสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียน เป็นการให้ข้อเท็จจริงที่มีการใช้คำศัพท์เฉพาะ
การเล่าเรื่อง (Narrative)
บทอ่านเล่าเรื่อง (Narrative) คือ บทความที่บรรยายเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับประสบการณ์หรือจินตนาการ หรือตัวละคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้อ่านได้รับรู้และรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ ลักษณะสำคัญของบทความประเภทนี้คือ การเขียนที่บรรยายหรือพรรณนาเพื่อเน้นอารมณ์ความรู้สึกของผู้อ่านให้ร่วมไปกับเรื่องราวและเกิดความเห็นอกเห็นใจต่อตัวละครหรือบุคคลในเรื่อง (empathy) ซึ่งการเขียนลักษณะนี้มักใช้ในวรรณกรรมเชิงสร้างสรรค์ (Carter & Long, 1991; Ritivoi 2016) บางครั้งอาจมีการใส่รายละเอียดของแง่คิดหรือคติเตือนใจเพื่อเพิ่มความหมายหรือเป็นบทเรียนให้แก่ผู้อ่านอีกด้วย บทความเล่าเรื่องมักปรากฏในรูปแบบของเรื่องเล่า นิทาน นิยาย หรือบทความที่เน้นการบรรยายพรรณนาให้เกิดอารมณ์ความรู้สึก ดังนั้นอาจไม่จำเป็นว่าเนื้อหาของบทความประเภทนี้จะถูกต้องหรือมีข้อเท็จจริง มากเท่ากับมีพลังในการทำให้เกิดจินตนาการและอารมณ์ของผู้อ่าน
ตัวอย่างบทอ่าน : การเล่าเรื่อง
กาลครั้งหนึ่ง หนูเมืองได้ไปเยี่ยมลูกพี่ลูกน้องที่ชนบท ลูกพี่ลูกน้องของมันเป็นหนูที่เป็นกันเองและมันรักมิตรเช่นหนูเมืองมาก ดังนั้นมันจึงให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น
หนูนาให้หนูเมืองกินทั้งถั่ว เนยแข็ง และขนมปังอย่างไม่อั้น หนูเมืองประหลาดใจกับอาหารพวกนี้จึงพูดว่า “ญาติที่รักข้าไม่เข้าใจเลย เจ้าทนกินอาหารกระจอก ๆ พวกนี้ได้อย่างไร เอาเถอะข้าคิดว่านั่นเป็นเพราะเจ้าคงไม่อาจหวังอะไรที่ดีกว่านี้ได้ มากับข้าสิ แล้วข้าจะแสดงให้เห็นวิธีการใช้ชีวิต ถ้าเจ้าได้อยู่ในเมืองสักอาทิตย์ เจ้านะแปลกใจว่าเคยทนกับสภาพชีวิตในชนบทได้อย่างไร”
ไม่นานนักหนูสองตัวก็เดินทางเข้าเมือง และสุดท้ายทั้งคู่มาถึงบ้านพักของหนูเมืองในตอนดึก “เจ้าคงอยากได้เครื่องดื่มช่วยให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่าหลังจากที่เดินทางมาแสนไกล” เจ้าหนูเมืองพูดอย่างสุภาพ และพาเพื่อนหนูไปยังห้องอาหารที่ใหญ่โต ที่นั่นพวกมันได้พบเศษอาหารที่เหลืออยู่จากงานเลี้ยงชั้นเลิศ เจ้าหนูสองตัวไม่รอช้า รีบกินเค้กเยลลี่ รวมถึงของอร่อยอื่น ๆ อีกมากมาย ทันใดนั้นเอง ทั้งสองก็ได้ยินเสียงเห่าหอน “อะไรน่ะ” หนูนาถาม “ก็แค่พวกหมาเท่านั้น” หนูเมืองตอบ “เท่านั้นหรือ!” หนูนาร้อง “ข้าไม่ชอบเสียงดนตรีแบบนี้ในระหว่างอาหารเย็นเลย” แล้วประตูก็เปิดออก สุนัขตัวใหญ่สองตัววิ่งเข้ามาเจ้าหนูสองตัวจึงต้องรีบกระโดดลงมาแล้ววิ่งหนีไป “ลาก่อนญาติที่รัก” เจ้าหนูนาเอ่ย “เฮ้ย ทำไมรีบกลับนักล่ะ” “อืม” เจ้าหนูนาตอบ “ข้ายอมกินถั่ว ในความสงบ ดีกว่ากินเค้กในความหวาดกลัว”
ที่มา : https://www.kalyanamitra.org/th/Aesop_detail.php?page=2238
ตัวอย่างข้างต้นเป็นนิทานอีสปเรื่อง “หนูเมืองกับหนูนา” ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องที่เกิดจากจินตนาการของผู้เขียน มีการเริ่มต้นของเรื่อง ปมปัญหา และการคลี่คลาย มีตัวละครคือ หนูนาและหนูเมือง หากสังเกตลักษณะทางภาษาจะเห็นว่ามีการใช้คำที่แสดงลำดับเวลา เช่น กาลครั้งหนึ่ง ไม่นานนัก ทันใดนั้นเอง แล้ว ฯลฯ มีการใช้คำกริยาที่แสดงถึงการกระทำของตัวละคร มีการใช้บทสนทนา
การบอกกระบวนการหรือวิธีปฏิบัติ (Procedural)
บทอ่านอธิบายแบบกระบวนการหรือวิธีปฏิบัติ (Procedural) คือ บทความที่อธิบายขั้นตอนการดำเนินการหรือการทำสิ่งต่าง ๆ หรือดำเนินกิจกรรมอย่างเป็นลำดับ จุดประสงค์ของบทความประเภทนี้คือ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถทำตามได้ จึงกล่าวได้ว่า ลักษณะสำคัญของบทความประเภทนี้คือ จะต้องเป็นการเขียนอธิบายอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ ปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ไม่ผิดไปจากวัตถุประสงค์หรือขั้นตอนการดำเนินการ จึงต้องมีการใช้ภาษาที่ชัดเจน รวมถึงต้องจัดลำดับขั้นตอนการปฏิบัติตามหรือการนำเสนอข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน ไม่ควรมีเนื้อหาข้ามไปมาหรือสลับขั้นตอนเพราะจะทำให้ผู้อ่านสับสนและดำเนินการผิดพลาดไปได้ นอกจากนี้ยังมีเนื้อหาที่อธิบายขั้นตอนแต่ละขั้นตอนอย่างละเอียดต่อเนื่องตามลำดับ เริ่มต้นตั้งแต่ลำดับแรกไปจนเสร็จสิ้นกระบวนการ การเขียนในลักษณะนี้มักพบในคู่มือการใช้งานหรือหนังสือเรียนที่อธิบายวิธีการหรือกระบวนการที่เฉพาะเจาะจง (Sweller, 1988)
บทอ่านที่มุ่งเน้นการให้คำแนะนำมักใช้คำกริยาในรูปคำสั่ง เช่น ตัด, ประกอบ และลำดับเหตุการณ์อย่างชัดเจนโดยใช้คำเชื่อมเช่น ก่อนอื่น, ต่อมา, สุดท้าย มักใช้รูปแบบรายการหรือการแบ่งย่อหน้าเพื่อให้ทำตามได้ง่าย ตัวอย่างของบทอ่านที่มุ่งเน้นการให้คำแนะนำ เช่น สูตรอาหาร คู่มือการใช้งาน คำแนะนำ การปฏิบัติงาน
ตัวอย่างบทอ่าน : บอกกระบวนการหรือวิธีการปฏิบัติ
เมนูแกงส้มไข่ชะอมถือเป็นหนึ่งในเมนูยอดฮิตของใครหลาย ๆ คนเลยก็ว่าได้ วันนี้จึงอยากแนะนำวิธีการทำแกงส้มไข่ชะอมแบบใหม่ นั่นก็คือ “แกงส้มโทสต์ไข่ชะอม” เมนูไข่ชะอมแบบหนานุ่มกับซอสแกงส้มชุ่มฉ่ำ รับรองเลยว่าจะเปิดประสบการณ์ใหม่ของการกินแกงส้มที่ไม่เคยกินจากที่ไหนมาก่อน ขั้นแรก ผสมไข่และใบชะอมเข้าด้วยกัน ปรุงรสด้วยน้ำปลาตามใจชอบ แล้วนำใส่พิมพ์ จากนั้นนำไปอบที่อุณหภูมิ 120 องศาเซลเซียสจนกว่าจะสุก ต่อมานำพริกแกงส้มละลายกับน้ำเปล่า ตั้งไฟ เมื่อเดือดให้ใส่เนื้อกุ้งลงไปต้มจนพอสุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว และน้ำมะขามเปียก แล้วกรองแยกน้ำพริกแกงส้มและเนื้อกุ้ง จากนั้นนำน้ำแกงส้มที่กรองไว้มาตั้งไฟ ใส่แป้งข้าวโพดผสมน้ำเปล่าลงไป คนจนพอข้นหนืด ขั้นตอนต่อไปนำไข่ชะอมออกจากพิมพ์แล้วนำไปจี่ในกระทะจนขึ้นสีเหลืองทอง สุดท้ายนำไปจัดจาน แต่งด้วยเนื้อกุ้ง ราดซอสแกงส้ม เพียงเท่านี้เมนู “แกงส้มโทสต์ไข่ชะอม” ก็พร้อมให้ได้ลิ้มรสกันแล้ว
ตัวอย่างข้างต้นเป็นการบอกวิธีการทำแกงส้มโทสต์ไข่ชะอม ซึ่งมีการนำเสนอขั้นตอนอย่างเป็นลำดับ สังเกตได้จากการใช้คำเชื่อม “ขั้นแรก” “แล้ว” “จากนั้น” “ต่อมา” “เมื่อ” “แล้ว” “ขั้นตอนต่อไป” “สุดท้าย”
การบรรยาย (Descriptive)
บทอ่านบรรยายให้รายละเอียด (Descriptive) คือ บทความที่เน้นการอธิบายสิ่งของ บุคคล หรือสถานที่ โดยใช้ภาษาที่ละเอียดอ่อนและสร้างภาพพจน์ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถจินตนาการได้ถึงสิ่งที่ผู้เขียนต้องการสื่อสาร ลักษณะสำคัญของบทความประเภทนี้คือ เขียนโดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้อ่านเข้าใจและเห็นภาพชัดเจนสมจริง จึงต้องใช้ภาษาและการเล่าเรื่องที่ละเอียดและชัดเจนในการนำเสนอ (Zwaan & Radvansky, 1998) กล่าวได้ว่า ความสมจริงและการบรรยายทั้งสถานที่ สิ่งของ หรือผู้คนเป็นสารัตถะสำคัญของบทความบรรยายที่ทำให้แตกต่างจากบทความประเภทอื่น โดยเฉพาะบทความเล่าเรื่อง บทอ่านที่มุ่งเน้นการบรรยายมักใช้คำคุณศัพท์บรรยายสิ่งต่าง ๆ อาจมีการใช้ภาพพจน์ เช่น อุปมา อุปลักษณ์ เพื่อให้ผู้อ่านเห็นภาพอย่างชัดเจนหรือเกิดจินตภาพ ตัวอย่างของบทอ่านที่มุ่งเน้นการบรรยาย เช่น การบรรยายรายละเอียดสินค้า การบรรยายสถานที่ในนิยาย การบรรยายในบทความท่องเที่ยว
ตัวอย่างบทอ่าน : การบรรยาย
ร้านกาแฟแห่งความทรงจำ
ท่ามกลางความวุ่นวายของเมืองใหญ่ มีร้านกาแฟเล็ก ๆ แห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่ราวกับเป็นสถานที่ลับสำหรับผู้ที่แสวงหาความสงบสุข ตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินเข้าใกล้ร้าน กลิ่นหอมของกาแฟคั่วบดก็ลอยมาต้อนรับ ราวกับเชิญชวนให้เข้าไปสัมผัสบรรยากาศแสนอบอุ่น ประตูไม้เก่าที่ประดับด้วยป้ายเขียนด้วยลายมือดูเรียบง่าย แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ ภายนอกร้านมีต้นไม้เขียวขจี แทรกตัวอยู่ท่ามกลางกระถางดอกไม้เล็ก ๆ ที่จัดวางอย่างเป็นระเบียบ ให้ความรู้สึกเหมือนสวนลับที่ร่มรื่น
เมื่อเปิดประตูเข้าไป เสียงกระดิ่งเล็ก ๆ ดังขึ้นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะพบกับบรรยากาศภายในที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของกาแฟและขนมอบสดใหม่ แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ ทอดเงาบนโต๊ะไม้ที่มีร่องรอยของกาลเวลา เพิ่มความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง เก้าอี้แต่ละตัวไม่เหมือนกัน แต่กลับเข้ากันได้อย่างลงตัว บางตัวเป็นไม้สีเข้มดูขรึม บางตัวเป็นเหล็กสไตล์วินเทจ ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเรื่องราว
ผนังของร้านถูกประดับด้วยภาพวาดสีน้ำและภาพถ่ายเก่าแก่ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นผลงานของลูกค้าหรือเจ้าของร้านที่รักในศิลปะ มุมหนึ่งของร้านมีชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยนวนิยายและบทกวี บางเล่มเก่าจนกระดาษเริ่มเปลี่ยนสี แต่กลับดูมีเสน่ห์ในแบบของมันเอง โต๊ะใกล้หน้าต่างเป็นมุมที่ได้รับความนิยมที่สุด ลูกค้าหลายคนนั่งจิบกาแฟเงียบ ๆ พร้อมกับหนังสือเล่มโปรด หรือบางคนใช้เวลาครุ่นคิดพร้อมสมุดบันทึกที่เปิดค้างไว้
เสียงเพลงแจ๊สเบา ๆ คลอไปกับเสียงเครื่องชงกาแฟที่ดังกึกก้องเป็นจังหวะ ทุกอย่างในร้านดูเหมือนดำเนินไปอย่างช้า ๆ ราวกับโลกภายนอกไม่อาจเร่งรัดเวลาภายในนี้ได้ เจ้าของร้านเป็นชายวัยกลางคนที่มีรอยยิ้มอบอุ่น เสิร์ฟกาแฟให้ลูกค้าพร้อมบทสนทนาเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับมาที่บ้าน
ร้านกาแฟแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่สถานที่สำหรับดื่มกาแฟ แต่เป็นพื้นที่สำหรับความทรงจำ การค้นหาแรงบันดาลใจ และการหยุดพักจากความเร่งรีบของชีวิต เมื่อละเลียดจิบกาแฟอุ่น ๆ สักแก้ว ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความอบอุ่น ใครเล่าจะไม่ตกหลุมรักร้านกาแฟแห่งนี้…
จากตัวอย่าง เป็นบทอ่านที่มุ่งเน้นการพรรณนาสถานที่และบรรยากาศของร้านกาแฟ ผู้เขียนมุ่งเน้นให้ผู้อ่านจินตนาการถึงร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสน่ห์เฉพาะตัว มีการขยายความเพื่อให้รายละเอียดและใช้โวหารภาพพจน์ เช่น อุปมาและบุคลาธิษฐาน เพื่อสร้างอารมณ์และความรู้สึกให้แก่ผู้อ่าน บรรยากาศภายในร้านถูกถ่ายทอดผ่านรายละเอียดของแสงไฟ กลิ่นกาแฟ เสียงเพลง และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่ช่วยให้รู้สึกถึงความสงบและความผูกพันกับสถานที่แห่งนี้
การแสดงทรรศนะ
บทอ่านประเภทการแสดงทรรศนะ (Argumentative) คือ บทอ่านที่มุ่งเน้นการนำเสนอความคิดเห็นหรือมุมมองต่อประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ผู้เขียนมีจุดประสงค์เพื่อโน้มน้าวหรือชักจูงให้ผู้อ่านเห็นด้วยหรือคล้อยตามสิ่งที่นำเสนอ โดยใช้เหตุผลและหลักฐานเพื่อประกอบความคิดเห็นของตน ทั้งนี้ ผู้เขียนอาจให้ความเห็นเพื่อโน้มน้าวหรือให้ความเห็นเพื่อตอบโต้ความคิดเห็นที่ตรงข้าม (Higgins, 2000; Toulmin, 1958; Newell et al., 2011)
บทอ่านที่มุ่งเน้นการแสดงทรรศนะมักมีการใช้ภาษาที่หนักแน่น มักใช้คำเชื่อมเหตุผลเช่น “เพราะว่า” “ดังนั้น” “จึง” ฯลฯ และมีการอ้างอิงหลักฐาน สถิติ หรือข้อมูลสนับสนุนความเห็นของตน หรืออาจใช้การกล่าวแย้งเพื่อปฏิเสธความคิดเห็นตรงข้าม
ตัวอย่างของบทอ่านที่มุ่งเน้นการให้ความเห็น เช่น บทความแสดงความคิดเห็น การอภิปรายทางวิชาการ บทความโต้แย้ง ฯลฯ
ตัวอย่างบทอ่าน : การแสดงทรรศนะ
ธุรกิจเสริมสำหรับวัยเรียน : คุ้มค่าหรือเสียเวลา?
ในปัจจุบันนักเรียนและนักศึกษาหลายคนเริ่มให้ความสนใจกับการมีรายได้เสริมควบคู่ไปกับการเรียน บางคนมองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ และพึ่งพาตัวเองได้เร็วขึ้น ขณะที่บางคนกังวลว่าการทำธุรกิจอาจกระทบต่อการเรียน อย่างไรก็ตาม ดิฉันเชื่อว่าการเริ่มต้นธุรกิจเสริมตั้งแต่วัยเรียนเป็นสิ่งที่คุ้มค่า เพราะนอกจากจะช่วยสร้างรายได้แล้ว ยังช่วยให้เราพัฒนาทักษะที่มีประโยชน์ในอนาคต
หนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับวัยเรียนที่ต้องการหารายได้เสริมคือ การขายอาหารหรือของกินเล่น เพราะอาหารเป็นสินค้าจำเป็นที่มีความต้องการสูงอยู่เสมอ ตัวอย่างเช่น หมูปิ้ง ข้าวไข่เจียว แซนวิช หรือก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ล้วนเป็นอาหารที่ทำง่าย ต้นทุนต่ำ และขายได้ทุกที่ หากเราวางแผนบริหารต้นทุนและเลือกทำเลที่เหมาะสม ธุรกิจนี้สามารถสร้างกำไรได้อย่างแน่นอน หลายคนอาจกังวลว่าวัตถุดิบอาจเน่าเสียได้
แต่หากเราผลิตตามออเดอร์หรือใช้ระบบพรีออเดอร์ก็สามารถลดความเสี่ยงนี้ได้
อีกทางเลือกที่น่าสนใจคือ การขายสินค้ามือสอง โดยเฉพาะเสื้อผ้า รองเท้า หรือเครื่องประดับ เพราะสินค้าประเภทนี้สามารถเก็บไว้ได้นาน ไม่เน่าเสีย และมีต้นทุนต่ำ เราสามารถหาสินค้าคุณภาพดีจากแหล่งขายส่ง เช่น ตลาดโรงเกลือ ตลาดปัฐวิกรณ์ หรือสำเพ็ง แล้วนำมาทำความสะอาดและปรับรูปแบบให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น จากนั้นเลือกช่องทางขายที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการขายออนไลน์ผ่านโซเชียลมีเดีย หรือขายตามตลาดนัด นักศึกษาหลายคนที่เริ่มต้นจากจุดนี้สามารถต่อยอดเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ในอนาคตได้
บางคนอาจแย้งว่าการทำธุรกิจในวัยเรียนอาจทำให้เสียสมาธิจากการเรียน แต่แท้จริงแล้ว หากบริหารเวลาได้ดีก็จะไม่กระทบกับการเรียน อีกทั้งการทำธุรกิจจะช่วยให้เราฝึกฝนทักษะที่สำคัญ เช่น การบริหารเวลา การจัดการต้นทุน และการตลาด ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ห้องเรียนไม่สามารถให้ได้ อีกทั้งยังเป็นโอกาสใน
การพัฒนาตนเองให้เป็นผู้ประกอบการในอนาคต
เมื่อพิจารณาทั้งหมดแล้ว การเริ่มต้นธุรกิจเสริมในวัยเรียนเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การลอง เพราะนอกจากจะช่วยให้เรามีรายได้เสริมแล้ว ยังเป็นการฝึกฝนทักษะที่จำเป็นสำหรับชีวิตและอาชีพในอนาคต ดังนั้น
วัยเรียนที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจไม่ควรรอให้พร้อม 100% แต่ควรเริ่มจากธุรกิจเล็ก ๆ ศึกษาตลาด และเรียนรู้ไปพร้อมกับประสบการณ์จริง
ดัดแปลงจาก https://www.admissionpremium.com/entrepreneur/news/5257
ตัวอย่างข้างต้นเป็นการนำเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำธุรกิจของนักเรียนและนักศึกษา มีการให้เหตุผลและหลักฐานสนับสนุนเพื่อโน้มน้าวผู้อ่านให้เห็นด้วยกับแนวคิดของผู้เขียนซึ่งมีจุดยืนชัดเจนว่า “การเริ่มต้นธุรกิจเสริมตั้งแต่วัยเรียนเป็นสิ่งที่คุ้มค่า” และพยายามนำเสนอเหตุผลสนับสนุนว่า การทำธุรกิจช่วยสร้างรายได้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นในอนาคต เช่น การบริหารเวลา การจัดการต้นทุน และทักษะด้านการตลาด
นอกจากนี้ ผู้เขียนยังเสนอแนวทางธุรกิจที่เหมาะสมสำหรับวัยเรียน ได้แก่ การขายอาหารและของกินเล่นและการขายสินค้ามือสอง พร้อมทั้งอธิบายข้อดีของแต่ละธุรกิจอย่างละเอียด และยังมีการตอบข้อโต้แย้ง ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของบทความเชิงแสดงทรรศนะ โดยผู้เขียนกล่าวถึงข้อกังวลที่ว่า “การทำธุรกิจในวัยเรียนอาจทำให้เสียสมาธิจากการเรียน” จากนั้นจึงโต้แย้งด้วยการให้เหตุผลว่า หากมีการบริหารเวลาที่ดี การทำธุรกิจจะไม่กระทบต่อการเรียน แต่กลับช่วยเสริมสร้างประสบการณ์และทักษะที่ห้องเรียนไม่สามารถให้ได้ ซึ่งเป็นการโน้มน้าวให้ผู้อ่านเชื่อว่า การทำธุรกิจควบคู่กับการเรียนเป็นสิ่งที่เป็นไปได้และมีประโยชน์
การประเมินคุณค่า (Evaluative)
บทอ่านประเมินคุณค่า (Evaluative) คือ บทความที่มุ่งเน้นการวิเคราะห์และประเมินค่าในหัวข้อเฉพาะโดยอาศัยหลักฐานและเกณฑ์การวัดผลที่ชัดเจน ลักษณะสำคัญของบทความประเภทนี้คือ มีจุดประสงค์เพื่อต้องการนำเสนอข้อมูลที่ครบถ้วน ทั้งยังมีมุมมองของผู้เชี่ยวชาญหรือผู้เขียนเพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลที่ครบถ้วนแม่นยำ ทั้งยังมีหลักเกณฑ์หรือความรู้ประกอบ กล่าวคือ ไม่ได้นำเสนอเพียงข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการประเมินหรือการพิจารณาข้อดีข้อเสีย จุดอ่อนจุดแข็งของประเด็นที่กำลังนำเสนอด้วย (Bloom, 1956) การเขียนประเภทนี้พบในบทวิจารณ์หนังสือ ภาพยนตร์ หรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่บางครั้งอาจนำเสนอการเปรียบเทียบหรือวิพากษ์วิจารณ์ด้วย ไม่ได้เป็นการประเมินเพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างบทอ่าน : การประเมินคุณค่า
ความเห็นของคณะกรรมการตัดสินบทวิจารณ์วรรณกรรมดีเด่น ประจำปี 2560
ในการประกวดบทวิจารณ์วรรณกรรมดีเด่นกองทุนหม่อมหลวงบุญเหลือ เทพยสุวรรณ ประจำปี 2560 คณะกรรมการพิจารณาแล้วมีมติให้รางวัลชมเชย จำนวน 2 รางวัล ได้แก่ 1. นายจิรัฏฐ์ เฉลิมแสนยากร จากบทวิจารณ์เรื่อง เมื่อ “คำนำ” ทำให้นักแปล ออกมาจากที่ซ่อน : อ่านคำนำใหม่ในงานแปลของแดนอรัญ แสงทอง 2. นางสาวสิริกัญญา กุณราชา จากบทวิจารณ์เรื่อง Genitrix แม่ก็คือแม่
ด้วยเหตุผลที่บทวิจารณ์ทั้ง 2 เรื่องมีประเด็นการวิจารณ์ที่ชัดเจน แสดงความคิดเห็น และขยายความในประเด็นที่หยิบยกมาวิจารณ์ได้อย่างมีลำดับขั้นตอน เป็นเหตุเป็นผล ทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจและจุดประกายความสนใจอันต่อเนื่องจากบทวิจารณ์นั้น ประเด็นสำคัญ คือ บทวิจารณ์ที่ได้รับรางวัลมีแนวทางการวิจารณ์แตกต่างกัน เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นความหลากหลายของบทความวิจารณ์ อันจักช่วยขยายขอบเขตความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจารณ์วรรณกรรมให้กว้างขวางยิ่งกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม การใช้ภาษาบางตอนของบทวิจารณ์ยังมีข้อผิดพลาดบกพร่องและขาดพลังในการสื่อความหมาย ดังนั้นคุณภาพของบทวิจารณ์วรรณกรรมจึงยังไม่บริบูรณ์ตามเกณฑ์ที่กรรมการกำหนดไว้ 5 ประการ ได้แก่ 1. แสดงความคิดเห็นที่เกี่ยวกับวรรณกรรม บริบทของวรรณกรรม และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวเนื่องอย่างมีหลักเกณฑ์และเหตุผล 2. มีศรัทธาต่อสิ่งที่ตนเขียนเนื้อหาและลีลาการเสนอสามารถสร้างความประทับใจ ให้แก่ผู้อ่าน 3. ชี้ให้เห็นศักยภาพของวรรณกรรมในการสร้างความเข้มข้นด้านประสบการณ์ชีวิต ความคิด และปัญญา 4. ทำให้เกิดความเข้าใจ เกิดปฏิกิริยาตอบโต้ในทางบวกหรือลบ กระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดความคิดต่อเนื่องเกี่ยวกับวรรณกรรมนั้น 5. ทำให้เกิดการตื่นตัวในวงการวรรณกรรม อันอาจนำไปสู่การยกระดับคุณภาพในการสร้างวรรณกรรมในอนาคต
อนึ่ง คณะกรรมการฯ ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลและหวังว่าจะก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์และพัฒนาผลงานวิจารณ์วรรณกรรมของตนต่อไป
ตัวอย่างข้างต้นเป็นการประเมินคุณค่าของวรรณกรรม โดยมีการใช้หลักเกณฑ์ที่เป็นระบบในการพิจารณาคุณภาพของบทวิจารณ์วรรณกรรม ผู้เขียนระบุว่าคณะกรรมการได้นำเสนอเกณฑ์ 5 ข้อ เพื่อใช้ประเมินผลงานที่ได้รับรางวัล ซึ่งได้แก่ การแสดงความคิดเห็นอย่างมีหลักเกณฑ์ การสร้างความประทับใจให้แก่ผู้อ่าน การสะท้อนศักยภาพของวรรณกรรม การกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้ และการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาในวงการวรรณกรรม เกณฑ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการตัดสินไม่ได้อาศัยเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของคณะกรรมการ แต่มีการใช้มาตรฐานที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นระบบ
บทอ่านนี้ไม่เพียงรายงานผลรางวัลของการประกวด แต่ยังมีการวิเคราะห์และวิพากษ์วิจารณ์คุณภาพของบทวิจารณ์ที่ได้รับรางวัล โดยกล่าวถึงการที่คณะกรรมการได้กล่าวถึงจุดแข็งของผลงานที่ได้รับรางวัล เช่น ความชัดเจนของประเด็นวิจารณ์ และลำดับการอธิบายที่มีเหตุผล อีกทั้งยังมีการชี้ให้เห็นข้อบกพร่องของบทวิจารณ์บางส่วน โดยเฉพาะเรื่องการใช้ภาษาที่อาจมีข้อผิดพลาดและขาดพลังในการสื่อความหมาย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบทอ่านนี้มีการพิจารณาทั้งด้านบวกและด้านลบของสิ่งที่กำลังถูกวิจารณ์อย่างสมดุล
บทอ่านนี้สะท้อนมุมมองของผู้เชี่ยวชาญในสาขาวรรณกรรม คณะกรรมการที่ทำหน้าที่ตัดสินบทวิจารณ์เป็นผู้ที่มีความรู้และประสบการณ์ในวงการนี้ ทำให้ความคิดเห็นและการประเมินของพวกเขามีน้ำหนักมากกว่าความคิดเห็นทั่วไป นอกจากนี้ บทอ่านยังเน้นให้เห็นความสำคัญของการพัฒนาวงการวิจารณ์วรรณกรรม โดยกระตุ้นให้นักวิจารณ์รุ่นใหม่มุ่งมั่นพัฒนาผลงานของตนเองต่อไป
สรุปได้ว่า บทอ่าน “ความเห็นของคณะกรรมการตัดสินบทวิจารณ์วรรณกรรมดีเด่น ประจำปี 2560” เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของบทอ่านประเภทการประเมินคุณค่า เพราะมีการใช้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการประเมิน มีการวิเคราะห์และพิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียของบทวิจารณ์ และสะท้อนมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ บทอ่านนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการรายงานผลรางวัลเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นแนวทางที่ช่วยส่งเสริมคุณภาพของการวิจารณ์วรรณกรรมในอนาคตอีกด้วย
สรุป
จะเห็นได้ว่า ประเภทของบทอ่านที่จำแนกไปเบื้องต้นมีวัตถุประสงค์ของการนำเสนอสารที่ต่างกัน และยังต้องการความเข้าใจในการอ่านอย่างมาก เพราะเป็นการอ่านที่ต้องทำความเข้าใจทั้งเนื้อหา แยกแยะข้อเท็จจริงและความคิดเห็น สังเคราะห์และตัดสินใจได้ด้วยตนเองในท้ายที่สุด
การแบ่งประเภทของบทอ่านที่นำเสนอไปข้างต้นทำให้เห็นลักษณะเฉพาะและพื้นฐานในการอ่านที่แตกต่างกันไป เมื่อรวมเข้ากับการทบทวนวรรณกรรมในส่วนแรกที่เกี่ยวกับความสำคัญในการอ่านและการออกแบบกิจกรรมการอ่านที่อิงตามประเภทที่หลากหลายของบทอ่านเพื่อการส่งเสริมการเรียนรู้ ก็จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทักษะการอ่านของผู้เรียนเป็นอย่างมาก
งานวิจัยครั้งนี้จึงต้องการจัดทำคลังข้อมูลและแยกประเภทบทอ่านภาษาไทยที่จะมีการจำแนกประเภทบทอ่าน เนื้อหาและระดับความยากง่าย เพื่อเป็นฐานข้อมูลให้กับผู้สอน ได้แก่ ครูอาจารย์ ต่อไป ซึ่งการจัดทำเนื้อหาลักษณะนี้ยังไม่พบว่ามีมากนักเนื่องจากงานวิจัยที่ผ่านมาเน้นไปที่บทอ่านแต่ละประเภทอย่างเฉพาะเจาะจง ดังนั้นการศึกษานี้จะช่วยขยายฐานข้อมูลของบทอ่านและเป็นประโยชน์ให้กับผู้สอนและนักเรียนนักศึกษาที่เกี่ยวข้องได้
นิยามตัวบทแต่ละประเภทข้างต้นสามารถจำแนกตามมิติต่างๆ ได้แก่ วัตถุประสงค์ วิธีการเขียน เนื้อหา และการปรากฏใช้ ดังรายละเอียดในตาราง 1
| ประเภทตัวบท เกณฑ์การจำแนก | ตัวบทเชิงให้ข้อมูล | ตัวบทเชิงเรื่องเล่า | ตัวบทเชิงพรรณนา | ตัวบทเชิงกระบวนการ | ตัวบทเชิง แสดงทรรศนะ | ตัวบทเชิง ประเมินคุณค่า |
| วัตถุประสงค์ | ให้ข้อมูล ความรู้ หรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง | บรรยายเรื่องราวหรือเหตุการณ์ผ่านประสบการณ์ สถานการณ์ หรือตัวละคร | อธิบาย พรรณนา และให้รายละเอียดในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง | อธิบายขั้นตอน ลำดับ หรือวิธีการทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง | เสนอความคิดเห็นหรือมุมมองเกี่ยวกับประเด็นเฉพาะ | วิเคราะห์และประเมินค่าในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง |
| วิธีการเขียน | ให้ความรู้หรือแจ้งข้อมูลแก่ผู้อ่าน | ให้ผู้อ่านได้รับรู้และรู้สึกเหมือนอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ | ให้ผู้อ่านสามารถจินตนาการถึงสิ่งที่บรรยายได้อย่างชัดเจน | ให้ผู้อ่านเข้าใจและสามารถปฏิบัติตามขั้นตอนได้ | โน้มน้าวหรือชักชวนให้ผู้อ่านเห็นด้วยกับมุมมองของผู้เขียน | ให้ผู้อ่านได้รับมุมมองที่หลากหลายและมีข้อมูลเพียงพอในการตัดสินใจ |
| เนื้อหา | ใช้ภาษาที่ตรงไปตรงมา และหลีกเลี่ยงการแสดงอารมณ์หรือความคิดเห็นส่วนตัวของผู้ เนื้อหามุ่งเน้นข้อมูลที่เป็นกลางและเป็นข้อเท็จจริง | ใช้ภาษาเล่าเรื่องที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกมีส่วนร่วม มีการเริ่มต้นเรื่องหรือลงท้ายเรื่องด้วยการให้ข้อสรุป แง่คิด หรือคติเตือนใจ เนื้อหาประกอบด้วยการเล่าเหตุการณ์หรือประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับผู้อ่าน | ใช้ภาษาที่ละเอียดและชัดเจนเพื่อสร้างภาพจินตนาการให้แก่ผู้อ่าน มุ่งเน้นการบรรยายสิ่งของ สถานที่ หรือบุคคลในลักษณะที่เข้าใจได้ง่าย | ใช้ภาษาที่ชัดเจนและเป็นลำดับเพื่อให้ง่ายต่อการปฏิบัติตาม เนื้อหามุ่งเน้นการอธิบายขั้นตอนการทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ | ใช้ภาษาที่ชัดเจนในเชิงโต้แย้ง พร้อมทั้งนำเสนอหลักฐานหรือเหตุผลเพื่อสนับสนุนความคิดเห็น เนื้อหามุ่งเน้นการนำเสนอประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงคิดเห็น การวิจารณ์ หรือการโต้แย้ง | ใช้หลักฐานหรือเกณฑ์ในการประเมินค่า และวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของสิ่งที่พิจารณา เนื้อหามุ่งเน้นการพิจารณาคุณค่าของสิ่งต่าง ๆ |
| การปรากฏใช้ | คู่มือ หนังสือเรียน และบทความที่ให้ข้อมูลในลักษณะที่ไม่มีการแสดงอารมณ์หรือความคิดเห็นส่วนตัว | เรื่องเล่า นิยาย หรือบทความที่เน้นการบรรยายเหตุการณ์ | บทความที่เน้นการบรรยายสถานที่หรือสิ่งต่างๆ อย่างชัดเจน | คู่มือการใช้งาน สื่อการสอน หรือบทความที่อธิบายวิธีการต่างๆ | บทความที่เกี่ยวกับการแสดงความ | บทความรีวิวหนังสือ ภาพยนตร์ ผลิตภัณฑ์ หรือสถานที่ |