การกำกับดัชนีปริจเฉท

การกำกับดัชนีปริจเฉทเป็นการให้ข้อมูลเพิ่มเติมในบทอ่านเพื่อใช้ประโยชน์ในภายหลัง  เพราะดัชนีปริจเฉทใช้บ่งชี้ความสัมพันธ์ของข้อความในบทอ่านได้  การเข้าใจดัชนีปริจเฉทที่ใช้ในบทอ่านจึงเป้ฯประโยชน์ต่อการเรียนการสอนการอ่าน และยังเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับใช้พัฒนาให้เครื่องเรียนรู้และแยกประเภทตัวบทอ่านต่อไปได้

คำอธิบายเกี่ยวกับดัชนีปริจเฉท

read2

ดัชนีปริจเฉท (discourse marker) เป็นรูปภาษาที่ใช้บ่งชี้ความสัมพันธ์เชิงเนื้อหาสาระที่ปรากฏในตัวบทภายใต้บริบทของการสื่อสารระหว่างผู้ส่งสารและผู้รับสาร รูปภาษาที่เป็นดัชนีปริจเฉททำหน้าที่แสดงการเชื่อมโยงถ้อยคำต่าง ๆ ในตัวบทเพื่อบ่งชี้เนื้อหาสาระที่ผู้พูดแสดงออกมา รวมทั้งให้สัญญาณเชิงแนะความหมายของข้อความในตัวบทแก่ผู้อ่าน โดยทั่วไป ดัชนีปริจเฉทมักศึกษาจากข้อมูลตัวบทที่เป็นการสื่อสารด้วยการพูด เช่น บทสนทนา การสัมภาษณ์ การเล่าเรื่อง (Schiffrin, 1987) แต่ต่อมาก็ได้นำแนวคิด ดัชนีปริจเฉทมาศึกษากับตัวบทที่เป็นการเขียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านภาษาศาสตร์ประยุกต์ที่เน้นด้านการเรียนการสอนภาษา (Hyland, 2005)

ดัชนีปริจเฉทมีบทบาทสำคัญในการกำหนดรูปแบบการสื่อสารและการถ่ายทอดความหมายในตัวบท ไม่ว่าจะเป็นตัวบทจากการเขียน การพูด หรือจากการสนทนา โดยทำหน้าที่เป็นกลไกทางภาษาที่ช่วยจัดการข้อความ การเรียบเรียงโครงสร้างของตัวบท แสดงความสัมพันธ์ระหว่างแนวคิด และส่งเสริมการดำเนินการสื่อสาร โดยเฉพาะในการสนทนาให้ราบรื่น แม้ว่าจะมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการใช้ดัชนีปริจเฉทในบริบทต่างๆ อย่างกว้างขวาง แต่บทบาทของดัชนีปริจเฉทในการสื่อสารในภาษาไทย ยังไม่มีการศึกษาให้ครอบคลุมและเป็นระบบมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการศึกษาวิจัยดัชนีปริจเฉทที่จะนำไปใช้ในการพัฒนาบทอ่าน และการพัฒนาทักษะด้านการอ่านและการเขียนในเรียนการสอนภาษาไทย แง่มุมนี้จึงเป็นแง่มุมที่น่าสนใจที่จะต้องมีการศึกษาวิจัยให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้นเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปทั้งในแง่การเรียนการสอนภาษาไทย การพัฒนาทักษะการเรียนรู้ภาษาทั้งการเขียนและการอ่าน รวมไปถึงการทำความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาไทยระดับข้อความอีกด้วย

            สำหรับหน้าที่และบทบาทสำคัญของดัชนีปริจเฉท โดยส่วนใหญ่มักอธิบายตรงกัน (Fraser, 1988; Schiffrin, 1987)  ก็คือ ดัชนีปริจเฉทช่วยจัดการโครงสร้างข้อความและการไหลของตัวบทที่อยู่ในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการเขียนหรือการพูดก็ตาม โดยมีหน้าที่หลักดังนี้

  • จัดการโครงสร้างของบทสนทนาหรือข้อความ
  • เชื่อมโยงความคิดและประโยคต่างๆ ในถ้อยคำภายในตัวบท (เขียน/สนทนา) เข้าด้วยกัน
  • แสดงทัศนคติหรือความรู้สึกของผู้พูด
  • ช่วยให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านเข้าใจความหมายและความสัมพันธ์ของข้อความได้ดีขึ้น

รูปภาษาที่เป็นดัชนีปริจเฉทที่แสดงความสัมพันธ์เหล่านี้สามารถใช้เป็นเบาะแส (clue) หรือตัวส่งสัญญาณ (signaling) สำหรับสังเกตและทำความเข้าใจรูปแบบและโครงสร้างของตัวบท และสามารถนำไปสู่การแนะความหมายที่อยู่ภายในตัวบท เพื่อทำความเข้าใจความหมายของเนื้อหาของเรื่องภายในตัวบทนั้น ๆ ได้ ดังนั้นดัชนีปริจเฉท จึงนับว่าเป็นเครื่องมือทางภาษาอย่างหนึ่งที่จะช่วยแนะความหมายของข้อความในตัวบท หรือให้สัญญาณต่อผู้อ่านว่าข้อความที่กำลังอ่านอยู่นั้นมีทิศทางเป็นอย่างไร สัมพันธ์ต่อเนื่องกันอย่างไร จะพัฒนาเนื้อหาสาระไปอย่างไร และจะจบลงลักษณะใด

ดัชนีปริจเฉทหรือรูปภาษาที่แสดงการบ่งชี้ความสัมพันธ์ของเนื้อหาสาระในตัวบทนี้ มีทั้งแสดงความสัมพันธ์ระดับจุลภาคและระดับมหภาค

ดัชนีปริจเฉทจุลภาค (micro discourse marker) เป็นรูปภาษาที่บ่งชี้ความสัมพันธ์ในระดับประโยคโดยมีรูปภาษาทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างประโยคที่อยู่ข้างหน้ากับประโยคที่ตามมา หรือบ่งชี้การเชื่อมโยงสัมพันธ์ทางความหมายอย่างใดอย่างหนึ่งที่ปราฏภายในประโยคเดียวกันหรือระหว่างประโยคก็ได้ ดังนั้นหน่วยภาษาที่ทำหน้าที่บ่งชี้ความสัมพันธ์ในระดับประโยคเช่นนี้ จึงอาจเป็นหน่วยภาษาที่มีหน้าที่ทางไวยากรณ์ระดับวากยสัมพันธ์ เช่น คำสันธาน คำบุพบท ที่ทำหน้าที่เชื่อมระหว่างคำและวลี คำนามที่บ่งชี้ความสัมพันธ์ทางความหมายเชิงเวลา เช่น คำว่า “เวลา” ในตัวอย่าง เวลาเธออารมณ์ไม่ดีมักจะใช้วิธีเงียบ การบ่งชี้ความหมายเชิงสาเหตุ-ผลลัพธ์ซึ่งอาจปรากฏร่วมกับคำกริยาแสดงสาเหตุ-ผลลัพธ์ หรือที่เรียกว่า กริยาการีต (causative verb) ก็ได้ เช่น สาเหตุที่ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 ส่วนหนึ่งเกิดจากสภาพอากาศปิดในเขตเมือง ในบางครั้งรูปภาษาบางรูปก็ไม่ได้มีหน้าที่ทางไวยากรณ์ระดับวากยสัมพันธ์ แต่ทำหน้าที่บ่งชี้ความสัมพันธ์ทางความหมายเชิงปฏิสัมพันธ์ทางการสื่อสาร เช่น การใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์ (!) ท้ายคำหรือท้ายข้อความเพื่อแสดงอารมณ์ความรู้สึก การใช้เครื่องหมายอัญประกาศ (“ ”) เพื่อแสดงการเน้นคำหรือข้อความ เป็นต้น ในงานวิจัยนี้ จัดเป็นดัชนีปริจเฉทจุลภาคด้วย

ส่วนดัชนีปริจเฉทมหภาค (macro discourse marker) เป็นรูปภาษาที่บ่งชี้ความสัมพันธ์ในระดับย่อหน้า โดยมีรูปภาษาทำหน้าที่เชื่อมโยงสัมพันธ์ระหว่างย่อหน้าที่ปรากฏในตัวบท ดัชนีปริจเฉทมหภาคสามารถบ่งชี้ลักษณะทางโครงสร้างของตัวบทที่จะนำไปสู่ความหมายระดับโครงสร้างลึก (deep structure) ซึ่งจะตีความได้จากความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นในโครงสร้างมหภาค (macro-structure) (van Dijk, 1980) และทำให้เรื่องราวในตัวบทเชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกัน รวมไปถึงสามารถระบุรูปแบบและประเภทของตัวบทแต่ละประเภทได้อีกด้วย รูปภาษาที่เป็นดัชนีปริจเฉทมหภาคส่วนใหญ่มักปรากฏต้นย่อหน้า หรือต้นประโยคในย่อหน้าที่มักบ่งชี้ความสัมพันธ์ทั้งระดับประโยคและระดับย่อหน้าในเวลาเดียวกัน โดยที่จะไม่มีความสัมพันธ์ทางวากยสัมพันธ์กับหน่วยภาษาที่อยู่ในประโยคมากนัก เช่น อย่างไรก็ตาม เมื่อปรากฏต้นย่อหน้าและต้นประโยคภายในย่อหน้า บ่งชี้ความหมายเชิงแย้ง (contrastive) กับย่อหน้าหรือประโยคที่นำมาข้างหน้า นอกจากนี้ เมื่อปรากฏต้นย่อหน้าหรือต้นประโยค มักบ่งชี้ความหมายเชิงเสริมข้อมูลให้แก่ย่อหน้าหรือประโยคที่นำมาข้างหน้า กล่าวโดยสรุป นำหน้าย่อหน้ามักจะบ่งชี้ว่าเป็นย่อหน้าสรุปของเรื่อง ซึ่งรูปภาษาเช่นนี้มักจะทำหน้าที่บ่งชี้เชิงโครงสร้างของตัวบทไปในตัวด้วย เนื่องจากสามารถช่วยระบุหน้าที่และองค์ประกอบทางโครงสร้างของย่อหน้าที่อยู่ภายในตัวบทนั้น ๆ เช่น ย่อหน้าที่มีคำว่า “อย่างไรก็ตาม” นำหน้า ก็อาจทำหน้าที่แย้งความหมายหรือนำเสนอความคิดใหม่ที่ต่างไปจากความคิดที่มีอยู่เดิม หรือย่อหน้าที่มีคำว่า “นอกจากนี้” นำหน้า ก็อาจทำหน้าที่ช่วยเสริมข้อมูลให้แก่เนื้อหาของเรื่อง ย่อหน้าที่มีคำว่า “กล่าวโดยสรุป” บ่งชี้ว่าเป็นการสรุปของเรื่อง ดังนั้น ดัชนีปริจเฉทมหภาค จึงเป็นหน่วยภาษาที่ช่วยแนะความหมายของเรื่อง และช่วยบ่งชี้โครงสร้างของตัวบทแต่ละประเภท (text type)

ด้วยลักษณะและหน้าที่ของดัชนีปริจเฉทดังที่กล่าวมาข้างต้น บางครั้งจึงมีคำเรียกอื่น ๆ เช่น คำเชื่อม วลีเชื่อม ประโยคเชื่อม ตัวบ่งชี้สัมพันธสาร (สำนักราชบัณฑิตยสภา, 2560) หรือบางครั้งก็เรียกรวมว่า หน่วยเชื่อมโยง (cohesion or cohesive devices) หรือหน่วยเชื่อมโยงทางปริจเฉท (เทพี จรัสจรุงเกียรติ, 2543) ในบางกรณีเน้นการตีความโดยอาศัยบริบทของการสื่อสารและการตีความเจตนาของผู้ร่วมสื่อสารโดยอาศัยมุมมองเชิงวัจนปฏิบัติศาสตร์จึงทำให้มีคำเรียกตามมุมมองนี้ว่า ดัชนีวัจนปฏิบัติ (pragmatic marker) (รุจิรา บำรุงกาญจน์, 2562) นอกจากนี้ รูปภาษาที่เป็นดัชนีปริจเฉทบางรูปสามารถปรากฏในตำแหน่งต้น หรือกลาง หรือท้ายข้อความก็ได้ โดยที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางไวยากรณ์กับหน่วยภาษาอื่น ๆ สามารถตัด (deleting) ออกได้โดยไม่เสียลักษณะทางไวยากรณ์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับคำอนุภาค (particle) ดังนั้น จึงมีคำเรียกรูปภาษาลักษณะนี้ว่า อนุภาคปริจเฉท (discourse particle) (Fischer, 1998)  หรือ อนุภาควัจนปฏิบัติ (pragmatic particle) (Kiaer, 2020) เช่น คำว่า you know, well ในภาษาอังกฤษ คำว่า แบบ แบบว่า หรือคำลงท้าย (final particle) ล่ะ นะคะ อะไรอย่างนี้ ก็ว่าได้ ในภาษาไทย ในงานวิจัยนี้ จะรวมเรียกว่า ดัชนีปริจเฉท ตามการบัญญัติของเพียรศิริ วงศ์วิภานนท์ (2530, 2531)  เนื่องจากรูปภาษาเหล่านี้ ทำหน้าที่เด่นในแง่ของการบ่งชี้ความหมายเชิงสาระของข้อความ ช่วยในการจัดการข้อความ (textual organization) และจัดการเนื้อหาสาระ (informational organization) ในการสื่อสารระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง (ผู้เขียนกับผู้อ่าน) โดยที่ระบุความหมายเชิงสัมพันธ์ในลักษณะใดลักษณะหนึ่งของข้อความที่มีมาก่อนกับข้อความที่ตามหลังที่อยู่ภายในตัวบท

ประเภทของดัชนีปริจเฉท

ประเภทของดัชนีปริจเฉทมีการอธิบายในหลากหลายทิศทาง ในงานวิจัยนี้ ใช้แนวคิดในการพิจารณาดัชนีปริจเฉทในลักษณะที่ผสมผสานระหว่างการมองในเชิงโครงสร้างและรูปแบบที่เน้นมิติทางไวยากรณ์ภาษา ร่วมกับการมองในเชิงหน้าที่ซึ่งเกี่ยวข้องกับความหมายและการสื่อสาร ดังนั้นจึงเห็นว่าเกณฑ์ในการอธิบายและจัดประเภทของดัชนีปริจเฉทจึงควรมี ดังนี้

  • การมีผลต่อโครงสร้างประโยค (Syntactic Influence) ซึ่งมีผลต่อโครงสร้างทางไวยากรณ์ของประโยค เช่น การเชื่อมโยงระหว่างประโยค หรือหน่วยในประโยค เช่น เชื่อมอนุพากย์ เชื่อมวลี เป็นต้น
  • หน้าที่ในการสื่อสาร (Function) มีหน้าที่ในการจัดระเบียบการสื่อสาร เช่น การเชื่อมโยงสาระในประโยคเพื่อแสดงข้อมูล อธิบายให้รายละเอียด การแสดงทัศนคติ หรือการจัดการการเปลี่ยนหัวข้อ
  • บทบาททางความหมาย (Semantic Role) เป็นเรื่องของการแสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุผล การเปรียบเทียบ การขัดแย้ง เป็นต้น
  • รูปแบบการใช้ (Usage Pattern) การใช้ดัชนีปริจเฉทในตัวบทประเภทต่าง ๆ  เช่น การเล่าเรื่อง ที่จะต้องมีการเริ่มต้น การแสดงลำดับหัวข้อ การสรุป เป็นต้น

การจำแนกประเภทแบ่งออกเป็นกลุ่มโดยเน้นหลักตามหลักการข้างต้น โดยอาศัยแนวคิดของ Fraser

(1988) ร่วมกับ Choemue & Bram (2021) และ Soleimani, Mohammadkhah  & Chaemsaithong  (2020) ดังนี้

            กลุ่ม 1 ดัชนีเน้นหัวเรื่อง (Topic markers)

            ดัชนีปริจเฉทที่เกี่ยวข้องกับการหัวเรื่อง (topic) นั้นเป็นเรื่องสำคัญของการสื่อสารในบริบท ที่เขาเรียกว่า หัวเรื่องเชิงปริจเฉท (discourse topic) เนื่องจากหัวเรื่องจะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าผู้ร่วมสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นผู้พูดหรือผู้ฟังกำลังพูดคุยกันเกี่ยวกับอะไร (talking about) ดังนั้นดัชนีปริจเฉทจึงเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงว่ามีหัวเรื่องอะไร เริ่มต้นมีการกล่าวถึงเรื่องอะไร มีการเปลี่ยนแปลงหรือย้ายหัวเรื่อง (topic shift) ไปหรือกลับมาพูดคุยกันที่หัวเรื่องเดิม เช่น by the way  เป็นรูปบ่งชี้ที่บอกว่ากำลังจะเปลี่ยนหัวเรื่องใหม่ ส่วน alright, but, listen, now, OK, see, well มักจะแสดงว่าเน้นหัวเรื่อง (focusing)

            กลุ่ม 2 ดัชนีแสดงกิจกรรมทางปริจเฉท (discourse activity markers)

            ในแง่ของการพูดคุยสนทนา ก็มักจะมีดัชนีปริจเฉททำหน้าที่บ่งบอกถึงกิจกรรมทางปริจเฉท (discourse activity) ที่กำลังดำเนินอยู่ในการสนทนานั้น เช่น การอธิบาย (explaining) การสรุป (summarizing) เช่น in general, in summary, overall, so far, summing up การแสดงลำดับ (Sequencing) เช่น first, in the first place, next, lastly, finally หรือการขัดจังหวะ (interrupting) หรือการกล่าวซ้ำหัวเรื่องที่กำลังพูดคุยอยู่ เช่น to repeat, once again เป็นต้น

            หากพิจารณาในแง่นี้ ภาษาไทยก็มีลักษณะของดัชนีปริจเฉทที่ปรากฏในการพูดคุยเช่นเดียวกันนี้ เช่น สรุปนะ จบนะ เข้าใจตรงกันนะ เพื่อต้องการจะแสดงการสรุปเรื่อง แต่เมื่อต้องการจะกล่าวซ้ำเพื่อย้ำถึงเรื่องที่กำลังพูดคุย ก็อาจใช้ดัชนีปริจเฉท เช่น ขอย้ำนะว่า…, ย้ำอีกครั้งว่า…

            กลุ่ม 3 ดัชนีแสดงความสัมพันธ์ของเนื้อหา (Message relationship markers)

            ดัชนีปริจเฉทกลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่มีความสัมพันธ์กัน (ซึ่งเป็นคุณลักษณะหนึ่งที่ทำให้บัญญัติ discourse ในภาษาไทยว่า สัมพันธสาร) ระหว่างถ้อยคำที่กำลังสื่อสารกับถ้อยคำที่กล่าวถึงมาก่อนหน้าและที่จะได้กล่าวถึงต่อไป ดัชนีปริจเฉทแสดงความสัมพันธ์ของเนื้อหาพอสรุปได้ดังนี้

ดัชนีปริจเฉทแสดงเนื้อหาที่ขนานกัน (Parallel Markers) ดัชนีปริจเฉทลักษณะนี้จะส่งสัญญาณที่บ่งบอกว่าเนื้อหาในปัจจุบันมีความคล้ายคลึง (parallel) ในลักษณะขนานกันไปกับส่วนใดส่วนหนึ่งของถ้อยคำที่กล่าวมาแล้วก่อนหน้า เช่น also, and, similarly, too

            ดัชนีปริจเฉทแสดงเนื้อหากล่าวแย้งกัน (Contrastive Markers) เป็นดัชนีปริจเฉทที่ส่งสัญญาณบ่งบอกถึงความแตกต่าง (contrast) หรือความขัดแย้ง (dissonance) ระหว่างเนื้อหาของข้อความที่กำลังกล่าวถึงกับ เนื้อหาที่มีมาก่อนหน้า ตัวอย่างเช่น but, however, on the contrary, still, yet

            ดัชนีปริจเฉทแสดงการขยายความ (Elaborative Markers) เป็นดัชนีปริจเฉทที่ส่งสัญญาณบ่งบอกว่าเนื้อหาของข้อความที่กำลังกล่าวถึงนั้นเป็นการขยายความ (elaboration) ของข้อความที่นำมาก่อนในลักษณะใดลักษณะหนี่ง เช่น การยกตัวอย่าง (for example) การตั้งชื่อ (namely)

            ดัชนีปริจเฉทแสดงการอนุมาน (Inferential Markers) เป็นดัชนีปริจเฉทที่ส่งสัญญาณบ่งบอกว่า ข้อความที่กล่าวถึงนั้นสื่อถึงเนื้อหาที่ได้กล่าวมาแล้วก่อนหน้า หรือเป็นผลสืบเนื่อง (consequential) มาจากส่วนใดส่วนหนึ่งของถ้อยคำก่อนหน้าที่ทำให้ต้องมีการกล่าวข้อความนี้ตามมา ตัวอย่างเช่น accordingly, as a result, consequently, so, therefore             เนื่องจากดัชนีปริจเฉทมีบทบาทสำคัญในการบ่งชี้ลักษณะทางโครงสร้างของตัวบท โดยช่วยสร้างความเชื่อมโยงและความต่อเนื่องระหว่างส่วนต่างๆ ของเนื้อหา สามารถบ่งบอกถึงรูปแบบและประเภทของตัวบทได้ อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งนำไปใช้ในการจัดประเภทดัชนีปริจเฉท (discourse marker) ได้ดังนี้

  1. การแสดงลำดับขั้นตอนหรือโครงสร้างของเนื้อหา

ดัชนีปริจเฉท ประเภทบ่งชี้เชิงโครงสร้างและการแสดงลำดับ (structural markers) ช่วยแสดง

ลำดับขั้นตอนหรือโครงสร้างของเนื้อหา ซึ่งอาจมีลักษณะดังต่อไปนี้

  • แสดงลำดับขั้นตอน เป็นการใช้ดัชนีปริจเฉทในตัวบทประเภทคำแนะนำหรือคู่มือการใช้งาน
  • แสดงการเรียงเรื่อง การเริ่ม
  • แสดงการสรุปเนื้อหา มักพบในงานเขียนวิชาการหรือรายงาน

2. การแสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุผล

ดัชนีปริจเฉทประเภท referential markers ช่วยแสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุผลระหว่างประโยค เช่น

  • แสดงความสัมพันธ์แบบเหตุและผล มักพบในบทความวิเคราะห์หรืองานวิจัย
  • แสดงการเปรียบเทียบหรือความขัดแย้ง มักพบในบทความโต้แย้งหรือวิจารณ์
  • การแสดงมุมมองหรือทัศนคติของผู้เขียน

3. แสดงมุมมองของผู้พูด

    ดัชนีปริจเฉทประเภท interpersonal markers ช่วยแสดงมุมมองหรือทัศนคติของผู้เขียน ซึ่งอาจเป็นไปได้หลายกรณี เช่น การแสดงความคิดเห็นส่วนตัว แสดงอารมณ์หรือปฏิกิริยาของผู้เขียน มักพบในบทความข่าวหรือบทความเชิงสารคดี

4) การสร้างความต่อเนื่องของเนื้อหา

ดัชนีปริจเฉทช่วยสร้างความต่อเนื่องของเนื้อหา

  • การใช้คำอ้างอิง (Reference) เช่น “it”, “this”, “that” ช่วยลดการกล่าวซ้ำ มักพบในตัวบทที่มีความยาว เช่น นวนิยายหรือบทความวิชาการ
  • การใช้คำเชื่อม (Conjunction) เช่น “and”, “but”, “or”  ช่วยเชื่อมโยงประโยค มักพบในทุกประเภทของตัวบท

5) การแสดงโครงสร้างของการสนทนา

ในบริบทของการสนทนา ดัชนีปริจเฉทช่วยแสดงโครงสร้างของการโต้ตอบ เช่น

  • แสดงการเริ่มต้นหรือการปรับเปลี่ยนหัวข้อสนทนา มักพบในบทสนทนาหรือบทสัมภาษณ์ เช่น แบบ แบบว่า คำศัพท์เหล่านี้ โดยส่วนใหญ่ ทำหน้าที่หลักในการเชื่อมโยงความคิดและประโยคต่างๆ เข้าด้วยกัน
  • ช่วยให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านเข้าใจความหมายและความสัมพันธ์ของข้อความได้ดีขึ้น

ด้วยเกณฑ์การพิจารณาและบทบาทของดัชนีปริจเฉทในแง่ของการเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์และความเกี่ยวเนื่องของเนื้อหาในข้อความ ช่วยสนับสนุนสาระให้กับข้อความ โดยช่วยเชื่อมโยงประโยคและย่อหน้าต่างๆ เข้าด้วยกัน ในงานวิจัยนี้จึงได้จัดประเภทของดัชนีปริจเฉท (discourse marker) เพื่อใช้เป็นแนวทาง (เบื้องต้น) ในการกำกับข้อมูลระดับประโยค กำหนดให้มี 18 ประเภท หรือในที่นี้ขอเรียกว่า 18 ดัชนี ได้แก่ 1) ดัชนีเรียงลำดับ 2) ดัชนีสรุป 3) ดัชนีเพิ่มความ 4) ดัชนีขยายความ 5) ดัชนีแย้งความ 6) ดัชนีเหตุ-ผล 7) ดัชนีเป้าหมาย 8) ดัชนีปัญหา-แก้ไข 9) ดัชนีเปรียบเทียบ 10) ดัชนีเงื่อนไข 11) ดัชนีเน้นเฉพาะ 12) ดัชนีสมมติ 13) ดัชนีอนุมาน 14) ดัชนีหัวเรื่อง 15) ดัชนีเปลี่ยนหัวเรื่อง 16) ดัชนีมุมมอง 17) ดัชนีปฏิสัมพันธ์  และ 18) ดัชนีอารมณ์  ดังในตารางต่อไปนี้

 ดัชนีปริจเฉทความหมาย/
ประเภทย่อย
รูปภาษาตัวอย่าง
1ดัชนีเรียงลำดับ (Sequential/ temporal marker)  หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงการบอกลำดับเชิงเวลาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นของเรื่อง หรือเรียงลำดับเชิงกระบวนการของการกระทำ มักปรากฏในเรื่องเล่า หรือการอธิบายขั้นตอนการทำงาน  
                            
 เกิดลำดับแรกลำดับแรก เรื่องแรก เรื่องที่หนึ่ง ประการแรก ประการที่หนึ่ง เหตุผลข้อที่หนึ่ง เหตุผลประการแรก ตัวเลข 1  ระยะที่ 1 มีการประดิษฐ์คิดค้น…
เหตุการณ์เกิดขึ้นเวลาปัจจุบัน (เวลาที่เกิดเหตุการณ์ ขณะหนึ่ง)ณ ขณะนั้น, ในเวลานั้น, ขณะนั้น ขณะ, ขณะนี้ เวลานั้น, ปัจจุบันคือ ช่วงเวลานี้, ช่วงเวลาที่, เมื่อวันที่และในขณะนี้ยังมีสินค้าไทยที่จะ จำหน่ายได้อีกมากโดยเฉพาะการท่องเที่ยว    
เหตุการณ์เกิดขึ้น พร้อมกัน (เน้นเหตุการณ์มาก กว่า 1 เหตุการณ์)ขณะเดียวกัน, ในเวลาเดียวกัน พร้อมกัน, พร้อมกับ, ขณะที่, ในขณะที่, เมื่อ   (ขณะที่, ในขณะที่ ที่เป็น sequential แตกต่างจาก contrastive หาคำอธิบายเพิ่ม)  ขณะเดียวกันบรรดานักเปิบพิสดาร “แฟนพันธุ์แท้”ปลาฟุหงุก็ได้ออกโรงคัดค้านการเลี้ยงปลาชนิดนี้   อุบัติเหตุเกิดขึ้นในขณะที่เธอกำลังขับรถอยู่   เมื่อเธอเดินเข้ามาในห้อง ก็พบแม่นอนอยู่บนเตียง
การเรียงเรื่องลำดับ ต่อเนื่องลำดับต่อมา ลำดับที่สอง เรื่องต่อมา เรื่องที่สอง ประการต่อมา ประการที่สอง และ, แล้ว, และแล้ว, แล้วก็, ล่ะก็ เหตุผลข้อที่สอง เหตุผลประการต่อมา ประการที่สอง ตัวเลข 2 รองลงไป, รองลงมา, ต่อมา (วิชาการ) ตามลำดับ (มักปรากฏข้างท้าย)รองลงไปคือการรับสารเกี่ยวกับการแยกประเภทขยะมูลฝอย ทัศนคติเกี่ยวกับ การแยกประเภทขยะมูลฝอย และอายุ ซึ่งเพิ่มอำนาจในการอธิบายการแปรผันของการแยกประเภทขยะมูลฝอยได้ร้อยละ 2.6, 1.6 และ 1.3 ตามลำดับ   จนวันหนึ่งเธอได้ไปดูงานกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ แล้วกลับมารวมตัวกับคนในชุมชนตั้งกลุ่มออมทรัพย์ โดยต่อมาเธอทำหน้าที่เป็นประธานกลุ่มและทำเตาเผาถ่านไปด้วย
เน้นเหตุการณ์เกิดขึ้น ก่อนหน้าเมื่อ……แล้ว ก่อนหน้านี้ ก่อน, ก่อนที่, ก่อนที่จะ ในอดีต, ในอดีตก็คือในอดีตมนุษย์เคารพบูชาธรรมชาติและ ให้ความสำคัญในฐานะเทพเจ้าที่มีอำนาจเหนือมนุษย์ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ ก็พบรถยนต์ไฟไหม้แล้วทั้งคัน
แสดงเรื่อง/สิ่งที่เกิดขึ้น มาก่อนเมื่อไม่นานมานี้, หลายปีก่อน, ปีที่ผ่านมา, ผ่านมาไม่นาน จาก. [VP] .(เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าหลายปีก่อนมีข่าวลือว่า ยมบาลจะมาเอาคนแก่ที่อยู่ตามบ้านไป
บอกเหตุการณ์ที่จะ เกิดขึ้นในอนาคตต่อจากนั้น [S]/[VP] ในวันข้างหน้าก็คือ [S]/[VP] อนาคตของ [NP] [S]/[VP] ต่อไป (มักปรากฏท้ายประโยค)  ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะได้นำสารเคมีเหล่านี้ไปตรวจสอบต่อไป
บอกเหตุการณ์เกิดขึ้น ฉับพลันทันใดนั้น [S]/[VP] ทันใดนั้นเอง [S]/[VP] ทันทีทันใด [S]/[VP] [VP] ทันทีทันใดนั้นเอง มันก็เกิดนึกรักสาวน้อยนางนั้น ขึ้นมาทันที  
เหตุการณ์พลิกผัน ไม่คาดคิดปรากฏว่า [S]/[VP] (ส่วนขยาย: อย่างไม่น่าเชื่อ, อย่างไม่คาดคิด) จู่ๆ, อยู่ๆ, ไป ๆ มา ๆ, (ภาษาพูด) ทำไปทำมา, อยู่ดีๆ ก็ (ภาษาพูด) …เฉย, …เฉยเลย (ภาษาพูด)หลังจากตลาดซบเซามานาน ปรากฏว่าอุตสาหกรรมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็เติบโตขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ    
เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อน หน้าและดำเนินมาถึง จุดเวลาหนึ่งจน (มีความแตกต่างจาก “จน” ที่เป็น cause-effect) จนกระทั่ง ถึงจุดนี้, พอมาถึงจุดนี้, พอถึงจุดหนึ่ง และแล้ว, และแล้ววันนี้ก็มาถึง  จนกระทั่งเมื่อลูกสาวทั้งสามเติบใหญ่ มันจึงได้ออกหาอาหารด้วยตัวเอง (ช่วยเพิ่มตัวอย่างที่มีคำว่า “จน” ที่เป็น sequential)  
เหตุการณ์เกิดขี้นหลัง/ เหตุการณ์เกิดตามมาหลัง/หลังจาก [NP/ VP] หลังจากนั้น [S]/[VP] หลังจากนี้  [S]/[VP] ต่อมา [S]/[VP] ต่อจากนี้ [S]/[VP] ในเวลาต่อมา [S]/[VP]น้ำทะเลในอ่าวไทยมีอุณหภูมิสูงกว่า ปรกติและแม้จะดำลึกลงไปหลายสิบ เมตร อุณหภูมิก็ยังไม่ลดลง หลังจากนั้น ไม่นานปรากฏการณ์บางอย่างในท้อง ทะเลก็เกิดขึ้น   อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมากลุ่มนักออก แบบปริศนาหรือ “นายโจ๊ก” ในอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ได้รวมตัวกันก่อตั้งชมรมโจ๊กพนัสนิคม
ลำดับสุดท้าย ลำดับสุดท้าย [NP/ VP] เรื่องสุดท้าย [NP/ VP] ประการสุดท้าย [NP/ VP] ในตอนจบ [S]/[VP]  ประการสุดท้าย ก็คือ…..   สิ่งที่พิจารณาเป็นลำดับสุดท้าย ก็คือ…   ในตอนจบ นักแสดงได้ออกมาโบกมือทักทายและขอบคุณผู้ชม
ปิดท้ายเรื่องเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า [S]/[VP] # เรื่องก็มีด้วยประการฉะนี้ [S]/[VP] ด้วยประการฉะนี้เมื่อเรารับศัพท์คำนี้มาใช้ในภาษาไทย พยางค์แรกคือ “ห่อ” จึงหายไป 1 พยางค์ เหลือเพียง “ล้านเต๋า” และกลายมาเป็น “ลันเตา” ด้วยประการฉะนี้
กล่าวลา# ขอตัวลาไปก่อน # สวัสดี (ที่ปรากฏท้ายเรื่อง) # ไปแล้วนะ # แล้วเจอกันใหม่ # แล้วพบกันใหม่    (มักพบในตัวบทที่เป็นการสนทนา การพูดบรรยาย การพูดคุยเชิงสัมภาษณ์) (เพิ่มตัวอย่างข้อมูลบทสนทนา)  
2ดัชนีสรุป (conclusion marker)หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงการกล่าวถึงข้อสรุป หรือการจบหัวเรื่อง (โดยส่วนใหญ่มักปรากฏร่วมกับ Sequential marker) การสรุปมี 2 ระดับ ได้แก่ 1) ระดับมหภาค เป็นการสรุปของเนื้อเรื่องรวมของตัวบททั้งหมด จะปรากฎที่ย่อหน้าสุดท้ายของเรื่อง 2) ระดับจุลภาค เป็นการสรุปประเด็นย่อยหรือหัวเรื่องย่อย อยู่ในระดับประโยค ปรากฏภายในย่อหน้า                 สรุปใหญ่                                                                     สรุปย่อย                      สรุปใหญ่  
 ในที่สุด ในตอนจบ สรุปคือ สรุปได้ว่า โดยสรุป, กล่าวโดยสรุป ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ เป็นอันว่า จบแค่นี้ โอเค ขอจบก่อน เอาล่ะ ทั้งนี้, ถึงที่สุดแล้ว (เป็นการสรุปส่วนย่อยของเรื่อง)   ถึงตอนนี้               เพียงเท่านี้บทสรุปที่ดีของการขบคิดในเรื่องนี้จึงอาจเป็นความเห็นที่แพทย์ชาวอเมริกันคนหนึ่ง ตอบนักข่าวที่ถามถึงกรณี นายแพทย์แจ็ก เคอร์โวเกียน   ถึงที่สุดแล้ว “การุณยฆาต” อาจพาเราไปสู่การตั้งคำถามเรื่องความตายและการดำรงอยู่ ซึ่งหาคำตอบเบ็ดเสร็จไม่ได้ง่าย ๆ   ถึงตอนนี้ คนที่ยังลังเลอยู่คงตัดสินใจได้แล้วว่า …จะเลือกเดินเข้าหาอีเบย์ หรือว่าจะหลีกให้ห่าง… จากทั้งหมดที่กล่าวมา สรุปได้ว่าก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์ต้องถามตัวเองให้ชัดเจนว่า เราต้องการทำจริงๆ หรือไม่ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้เรามีสุขภาพดี (ปรากฏตอนจบของเรื่อง)  
3ดัชนีเพิ่มความ (Additive marker)  หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงการกล่าวเสริม การเพิ่มข้อมูลใหม่ หรือเพิ่มหัวเรื่องเข้าไป ในบริบทเดียวกันของเรื่องใหญ่หรือของเรื่องย่อย ดัชนีเพิ่มความจะเกี่ยวข้องกับหัวเรื่อง (topic) ซึ่งมี 2 ระดับ คือ หัวเรื่องใหญ่ กับหัวเรื่องย่อย ดัชนีเพิ่มความจึงอาจเป็นการเพิ่มหัวเรื่องใหญ่ซึ่งเป็นเนื้อหาของเรื่องในตัวบท กับการเพิ่มข้อมูลให้แก่หัวเรื่องย่อยเพื่อเสริมรายละเอียดให้กับเนื้อความ (comment) แก่หัวเรื่อง (topic)                           
แสดงการเพิ่มหรือเสริมข้อมูลใหม่ (adding new info ซึ่งอาจเป็น การเพิ่มเติมข้อมูลรอง (supplement) เพื่อเสริมข้อมูล/เรื่องที่มีอยู่เดิม หรือต่อเนื่องจากข้อมูลเดิม)และ, นอกจากนี้, อีกทั้ง, รวมถึง รวมทั้ง, ยิ่งกว่านั้น, มากกว่านั้น รวมถึง, รวมไปถึง   และ [VP] ด้วย (อาจจะมีคำว่า “ด้วย” ปิดท้าย)     รวมทั้ง [NP] และ [NP]     อีกกลุ่มหนึ่ง (แสดงการเพิ่มข้อมูลจากที่มีอยู่แล้วและได้กล่าวมาก่อนในหัวเรื่องเดียวกัน)   ไม่เพียงแต่ [VP] เท่านั้น ยัง [VP] อีกด้วย (ให้กำกับคำว่า “อีกด้วย” ที่ปิดท้ายข้อความด้วย)   ไม่มี [NP VP] นอกจาก [NP VP]   แถม ([VP]) ยัง [VP] (เพิ่มข้อมูล และแสดงทัศนะของผู้พูด อาจเป็นแง่บวกหรือลบก็ได้) ไม่เพียงเท่านี้ [NP+VP] ยัง [VP] (อีกด้วย)         ประกอบกับ, บวกกับ, หนำซ้ำ, ผนวกกับ, ประจวบกับ,   ตั้งแต่ [NP] [NP] แม้กระทั่ง [NP]ให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถตัดสินใจวางแผนและบริหารงานด้านการผลิต การจัดซื้อ และการตลาดได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ โดยต่อมาเธอทำหน้าที่เป็นประธานกลุ่มและทำเตาเผาถ่านไปด้วย น้ำฝนคือน้ำจากธรรมชาติที่สะอาดและได้หล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์รวมทั้งพืชและสัตว์มาช้านาน   โดยให้จำนวนครึ่งหนึ่งนั่งในตู้คนเดียวกับคอมพิวเตอร์ที่มีกระจกส่องหน้าตนเองอยู่ และอีกกลุ่มหนึ่งไม่มีกระจก   เธอเก่งในด้านการพูดและยังสามารถเขียนได้ดีอีกด้วย การออกกำลังกายช่วยให้ร่างกายแข็ง แรง นอกจากนี้ ยังทำให้จิตใจผ่อนคลาย ไม่มีอะไรสะดุดตา นอกจากเตาเผาถ่านทำจากถังแดงจำนวนสามเตา แถมยังไม่ต้องเสียค่านายหน้าหรือค่า โฆษณาอีกด้วย   ไม่เพียงแต่สร้างความคมของหินด้วยการกะเทาะเท่านั้น ยังรู้จักเอาเขาและกระดูกสัตว์มาใช้ตกแต่งคมหินเพื่อให้ขอบเรียบยิ่งขึ้นอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ การรับประทานมะละกอจีเอ็มโอยังอาจเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ (อีกด้วย) ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูหนาวซึ่งอากาศค่อนข้างเย็นสบาย ประจวบกับมีช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ คนส่วนมากจึงนิยมไปพักผ่อน ขึ้นอยู่กับทุกอย่างบนเครื่องบิน ตั้งแต่ปริมาณแสงสว่างในห้องผู้โดยสาร เวลา อาหาร ความบันเทิงระหว่างการเดินทาง แม้กระทั่งท่านั่งบนเก้าอี้  
เพิ่มข้อมูลใหม่หรือความคิดใหม่ที่ไม่ได้กล่าวถึงมาก่อน (adding new parts)ทั้งนี้ (มักปรากฏหน้าการแสดงเหตุผลหรือความคิดใหม่จาก topic เดิม) อนึ่ง (ปรากฏหน้าข้อความเพื่อเพิ่มส่วนต่อขยายจากเรื่องเดิม) ในเบื้องต้น (มักปรากฏในข่าวอาชญากรรม)  ทั้งนี้เพราะว่าประเทศฟินแลนด์มีชนท้องถิ่นซึ่งบ้างก็อพยพแยกกลุ่มมาจาก ประเทศอื่น บ้างก็ไปตั้งถิ่นฐานห่างไกล ในที่ทุรกันดาร   ในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จะได้นำสารเคมีเหล่านี้ไปตรวจสอบต่อไป
การเพิ่มเติมข้อมูลรอง (supplement) (ใช้เพื่อให้ข้อมูลเสริมที่เกี่ยวข้องแต่ไม่ใช่ ข้อมูลหลัก โดยมักจะเป็นข้อมูลที่  เพิ่มเติมมาเพื่อเสริม ข้อมูลหลัก)  ทั้งนี้ รวมทั้ง, ยิ่งกว่านั้น, นอกเหนือจากนี้    งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งผลกระทบต่อสุขภาพ ของมนุษย์ด้วย”   การท่องเที่ยวเป็นปัจจัยสำคัญของ เศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ ควรมีการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติม (เพิ่มตัวเครื่องหมายวงเล็บ บอก additive)
กล่าวซ้ำ/สิ่งคล้ายกัน (restatement) เสริมความคิดหรือรายละเอียดของสิ่งที่อยู่ข้างหน้า (ในข้อมูลชุดเดียวกัน) (แม้จะคล้ายกับ similarity แต่ restatement เน้นที่สิ่งของ, ข้อมูล อยู่ข้างหลังซึ่งเป็นข้อมูลเสริมข้อมูลข้างหน้าในลักษณะของการกล่าวซ้ำ ในขณะที่ similarity เน้นเชิงแสดงทัศนะ)  หรือ (ที่อยู่ระหว่างสิ่งที่เหมือนกัน)       กล่าวอีกนัยหนึ่ง อีกนัยหนึ่ง กล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่า พูดง่ายๆ ก็คือ  “บาร์โค้ด” หรือ “เลขหมายประจำตัวสินค้า” หมายถึงแท่งบาร์สีขาวและสีดำที่เรียง เข้าด้วยกันประกอบกับตัวเลขอีก 8-13 หลัก    
 แสดงความเหมือนกัน (similarity) (เสริมความสิ่งที่อยู่ข้างหน้ากับสิ่งที่ตามมามี ความเหมือนกัน) (มักใช้แสดงความเห็นที่ เป็นไปในทิศทาง เดียวกัน ใช้เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล ที่มีลักษณะคล้ายกัน หรือสอดคล้องกันเช่นเดียวกับ, เหมือนกับ, เหมือนกัน, เฉกเช่นเดียวกับ, เช่นกัน เฉกเช่นเดียวกัน, ในทำนองเดียวกัน, (เหมือนในภาษาอังกฤษใช้ว่า similarly, likewise, equally, in the same way)…เช่นเดียวกับขนมอบชิ้นเล็กๆ น้อยๆ ที่คนอังกฤษเตรียมไว้รับประทานกับ น้ำชายามบ่ายนั่นเอง
 เพิ่มข้อมูลอีกชุดหนึ่งในเครื่องหมายวงเล็บที่อยู่ท้ายคำ/วลี/ประโยคเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มแก่ผู้อ่านว่าคำ/วลีที่อยู่หน้าวงเล็บคืออะไร  กำกับเครื่องหมายวงเล็บ ท้ายคำ/วลี 
4ดัชนีขยายความ (elaborative marker)หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงการขยายความและให้รายละเอียดของเรื่อง (topic) หรือสิ่งที่อยู่ข้างหน้า (แสดงข้อมูลใหม่ที่เป็นรายละเอียด หรือขยายความ ส่วนที่อยู่ข้างหน้า เพื่อให้ข้อมูล สมบูรณ์และ ชัดเจนมากขึ้น)(เชื่อมโยงรายละเอียดของ หัวเรื่อง (topic) เดียวกัน ในย่อหน้าหรือในประโยคเดียวกัน)                                        
 การนิยาม (definition)หมายถึง, หมายถึงว่า, หมายความว่า, คือ, ก็คือ, นั่นคือ เป็น หรือก็คือ เป็น, จัดเป็น, ถือเป็น, นับว่าเป็น [NP]1 _ [NP2] (มักปรากฏระหว่าง ข้อความหน้า และข้อความหลัง โดยที่ข้อความหลังเป็นเนื้อความแสดงรายละเอียดของข้อความหน้า [NP1] = Topic [NP2] = Commentคำที่เรารู้จักกันมากอีกคำคือ “ติ่มซำ” คำคำนี้มาจากคำว่า “ติ๋มซ้ำ” ในภาษากวางตุ้ง มีที่มาดั้งเดิมหมายถึง อาหารที่รับประทานยามว่าง แปลตรงตัวคือ “สิ่งละอัน พันละน้อย”  
แสดงตัวอย่าง (example)เช่น, อาทิเช่น, ได้แก่, เป็นต้นว่า, ….เป็นต้น, ฯลฯ ยกตัวอย่างเช่น, อย่างเช่น ตัวอย่างก็คือ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ ขอยกเป็นอุทาหรณ์ว่าบาร์โค้ดจึงทำให้ทราบชนิดของสินค้า รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ เช่น ขนาด สี ลวดลาย ราคา จำนวนบรรจุ ฯลฯ หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง เช่น Blue Jet/Air Asia… โดยยกตัวอย่างบางธุรกิจ เช่น กรณีกลุ่ม RC Cola…
แสดงวิธีการ (ของสิ่งที่ตามมา)โดย โดยที่ โดยการ ด้วย (แสดงวิธีการ แตกต่างจาก “ด้วย” ที่แสดงเหตุผล)สิ่งเหล่านี้ช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณสามารถทำธุรกิจขนาดใหญ่ได้โดยที่คุณไม่ต้องลงมือทำเองแม้แต่น้อย   10 แนวคิดและตัวอย่าง ที่ถูกนำไปปฏิบัติจริงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน โดยคุณสามารถเริ่มทดลองปฏิบัติตามแนวคิดและตัวอย่างเหล่านี้ได้ทันที
ขยายรายละเอียดใน ขอบเขตเรื่องเดียวกัน (expansion of identified detail)ดังนี้, ดังต่อไปนี้, ต่อไปนี้ ดังที่จะได้กล่าวต่อไปนี้ มีรายละเอียดดังนี้ มีรายละเอียดต่อไปนี้ มีรายละเอียดคือ ดังนี้คือ ดังนี้ ต่อไปนี้ คือ (ที่อยู่ท้ายย่อหน้า หรือท้ายประโยค) นวัตกรรมจึงมีอยู่หลายมิติ (Dimensions) ดังนี้…
ขยายรายละเอียดของเรื่อง/สิ่งที่อยู่ข้างหน้า (expansion of new information)คือ ก็คือ กล่าวคือ, หรือก็คือ (อยู่ระหว่างประโยค หรือระหว่างเรื่อง (topic) กับเนื้อความ (comment) หมายความว่า (ที่ไม่ใช่การจำกัดความ) แม้การลบ e-mail ออกจากคอมพิวเตอร์ของแต่ละคนไม่ได้หมายความว่า e-mail ฉบับนั้นจะถูกลบทิ้งไปจาก ฮาร์ดไดรฟ์ของบริษัทนายจ้าง นอกจากนี้ การยังมีข้อความนั้นอยู่ก็หมายความว่าถ้าหากศาลมีคำสั่งให้ส่งให้เป็นหลักฐาน ก็จำเป็นต้องส่งให้
ขยายขอบเขตของเรื่อง (expansion of topic)ที่, ซึ่ง (หน้าข้อความหรือต้นย่อหน้า)    Note: “ที่, ซึ่ง อัน ผู้” เป็น Relative pronoun บางตำรานับเป็น specific Elaborative) ได้ แต่ในที่นี้ไม่นับว่าเป็น discourse marker เนื่องจากคำเหล่านี้ทำหน้าที่เชิงวากยสัมพันธ์มากกว่า เชิงdiscourseนอกจากนี้สีแดงยังใช้ประกอบคำอื่นอีกมากมาย ซึ่งล้วนแสดงถึงความปีติยินดี การเฉลิมฉลอง ความรุ่งเรือง   ซึ่งการฝึกฝนสร้างขวานหินต้องอาศัยการเรียนรู้ความแตกต่างของหินแต่ละประเภท
บอกขอบเขตปิดท้าย รายละเอียดของข้อมูล ใหม่….เป็นต้น, …เป็นอาทิ, ฯลฯ ….อะไรอย่างนี้, ไรงี้, อะไรงี้, อะไรเงี้ย อะไรทำนองนั้น, ทำนองนั้น, ประมาณนั้น ประมาณนี้ (ไม่แน่ใจว่า เช่นกัน อีกด้วย ก็ตาม เป็นการปิดท้ายเนื้อความที่เป็นรายละเอียดหรือไม่)              เยื่อหุ้มธรรมชาตินี้ มีความโปร่งใส มองสวยงามด้วย    
Quotative marker-เครื่องหมายอัญประกาศ (direct speech) -คำว่า “ว่า” ที่ตามหลังคำกริยาเกี่ยวกับการพูด ความรู้สึก ความคิด เช่น กล่าว, บอก, เล่า, พูด, ยืนยัน เปิดเผยว่า (indirect speech)คุณรัตนชัยกล่าว “……”   แต่ศาสตราจารย์ ฮาโรลด์ คอร์ค ผู้เชี่ยวชาญทางข้าวสาลีแห่งมหาวิทยาลัย ฮ่องกงกล่าวว่า นอกจากไขมันในรูปน้ำมัน ที่อยู่ในซอง สำหรับปรุงรสแล้ว…  
5ดัชนีแย้งความ (contrastive marker)หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงเนื้อหาในแง่ของการแสดงความคิดต่าง เชิงปฏิเสธ การไม่เห็นด้วยกับความคิดที่มีมาก่อน หรือมีการเปลี่ยนทิศทางของเนื้อความ (change direction) ที่มีมาก่อน            
  แย้งแบบแสดงความ แตกต่าง (contrast)แต่, แต่ก็, แม้ว่า, แม้กระนั้นก็ตาม ที่ต่างกันก็คือ ที่เห็นแตกต่างอย่างสิ้นเชิงก็คือ ทั้งที่, ทั้ง ๆ ที่, ในขณะที่ ถ้าแม้ว่า, ไม่เพียงเท่านั้น แต่ยัง แต่ขณะเดียวกัน อย่างไรก็ตาม เพียงแต่ ทว่า (แสดงการแย้งความ)   ต่อให้…(มักตามด้วย negative/negation)   ใช่จะ [VP]การลุกลามของมะเร็งส่งกลิ่นเหม็นมาก แม้แต่สุนัขที่ฟรอยด์รักมากยังหนีออกไปนอนเฝ้านอกห้อง   อย่างไรก็ตามมีบ้านพักตากอากาศหลายแห่งใกล้กับเมืองนางาซากิโหมประชาสัมพันธ์เทศกาลกินปลาฟุหงุไร้พิษ   ทว่าอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูงอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็กำลังถูกเพ่งเล็งอยู่ว่าจะมีผลดีต่อร่างกายหรือไม่ -กลีบส้มโอมีกลีบที่บางมาก ทว่าสามารถบรรจุของเหลงฉ่ำน้ำไว้ภายในได้ในปริมาณหลายร้อยเท่า ต่อให้ไม่มี “พรสวรรค์” เลย หากบากบั่นมานะก็สามารถบรรลุเป้าหมายได้เช่นกัน        น้ำค้างใช่จะเกิดเฉพาะเวลากลางคือหรือย่ำรุ่งเท่านั้น แม้แต่ในตอนเย็นเวลาพระอาทิตย์ตกดิน บางทีก็เกิดน้ำค้างเกาะอยู่ตามใบหญ้าและใบไม้ด้วยเช่นกัน   เพียงแต่คุณเป็นหนุ่มสาวที่ประกอบไปด้วยกำลังแห่งสติปัญญา มีเพียงที่ดินผืนเล็กๆ  ผืนหนึ่ง…    ในขณะที่เทพเมอร์คิวรีเป็นเทพแห่งการสื่อ สาร สามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็ว   
แย้งแบบตรงข้าม (contradiction)แต่, แม้ว่า ในทางตรงกันข้าม ที่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งแม้ว่าเรื่องของเมืองหรือประเทศจะเป็นส่วนครอบงำอย่างใหญ่และกว้างขวาง แทบจะหาขอบเขตจำกัดไม่ได้ก็ตาม แต่…
แย้งแบบต่างที่เน้นทัศนะเชิงบวกหรือลบก็ได้   ถึงอย่างไร…ก็ ถึงแม้…ก็ ถึง…ก็, ถึง…อย่างไรก็, อย่างไร…ก็, ถึงอย่างไรก็ผู้ประสบอุบัติเหตุร้ายแรงที่ถึงแม้จะมี ชีวิตรอดแต่ก็ต้องทนทุกข์ทรมานอย่าง แสนสาหัส   ถึงแม้ว่าเกมออนไลน์จะเป็นอันตรายต่อเด็กๆ แต่ก็ยังมีข้อดีอยู่หลายประการ   ถึง e-mail จะอันตรายอย่างไร ก็ไม่มีทางหยุดยั้งได้
แย้งแบบแสดงความไม่คาดคิด ปรากฏว่า (มักใช้ในการแสดงความคิดเห็น การวิพากษ์) (จะแตกต่างจาก sequential ที่เน้นการเล่าเรื่อง การลำดับเหตุการณ์)  เพราะตลอดระยะเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา พวกเราได้ทำการทดสอบหาพิษในตัว ปลาทุกเดือน ปรากฏว่าไม่พบพิษเลย
แย้งเพื่อเปลี่ยนทิศทาง เนื้อหาแต่ ไม่เพียง…หากยังเขาไม่เพียงใส่น้ำอบน้ำปรุงจรุงใจเท่านั้น แต่ยังใส่สมุนไพรชนิดหนึ่ง (ตัวอย่างนี้ เหมือนไม่เปลี่ยนทิศทางเนื้อหา แต่เพียงแสดงความต่างจากที่คาดคิดเท่านั้น-จันทิมา)
6ดัชนีเหตุ-ผล (cause-effect marker)หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงความสัมพันธ์ของเนื้อความในลักษณะที่เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน ระหว่างเนื้อความที่อยู่ข้างหน้ากับเนื้อความที่อยู่ข้างหลัง                          
  บอกเหตุ (causality)เพราะ, เพราะว่า เนื่องจาก, เนื่องด้วย อันเนื่องมาจากสาเหตุที่ว่า สาเหตุก็คือ ด้วย, ด้วยเหตุนี้, ด้วยเหตุที่, ด้วยเหตุที่ว่า ด้วยเหตุฉะนั้น ก่อให้เกิด, ทำให้เกิด, เป็นสาเหตุให้เกิด, สาเหตุที่ทำให้เกิด, ส่งผลให้เกิด ช่วยให้ (หาตัวอย่าง)เนื่องจากสีแดงเกี่ยวข้องกับการหลั่ง เลือด ดังนั้นจึงเป็นสัญลักษณ์ของ เครื่องหมายอันตราย   จึงใช้ทั้งเครื่องช่วยหายใจ ให้ยาเพิ่มความดันทาง เส้นเลือดดำ และยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อควบคุม การหายใจ ด้วยยึดว่าหน้าที่ของแพทย์ คือรักษาชีวิตของผู้ป่วยไว้อย่างเต็มความ สามารถ
บอกผล (effect)ดังนั้น, ดังนั้น…จึง, จึง เพราะฉะนั้น, ฉะนั้น ฉันใดฉันนั้น, …ฉันใด…ฉันนั้น ผลก็คือ, ผลที่ตามมาก็คือ…, ผลที่เกิดขึ้นก็คือ… จึงเกิดผลที่ว่า เมื่อเป็นเช่นนี้ จนมีผล จนดังนั้นเราอาจจะกล่าวได้ว่า นอกเหนือจากนวัตกรรมแล้ว “การจัดการนวัตกรรม” หรือก็คือ ศาสตร์ของการต่อยอดและขยายผลการจัดการเทคโนโลยีให้ครบวงจรด้วยการรวมศาสตร์ในแขนงต่างๆ   ฉะนั้นก่อนที่จะดำเนินการเพื่อซื้อแฟรน ไชส์ ผู้ซื้อสิทธิจะต้องคำนึงว่าแฟรนไชส์ แบรนด์ที่กำลังจะซื้อเหมาะกับตัวเอง หรือเปล่า   e-mail ถูกวิจารณ์มากว่า เป็นตัวการทำให้เส้นแบ่งระหว่างงานและการพักผ่อนเบลอ จนมีผลต่อการดำรงชีวิต
7ดัชนีเป้าหมาย (Purposive marker)หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงความสัมพันธ์ของข้อความในลักษณะที่เป็นเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของเหตุการณ์ การกระทำ หรือในกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่ง                           
 เพื่อ, เพื่อที่จะ, เพื่อที่ว่า มุ่ง (text วิชาการ)  การศึกษาครั้งนี้มุ่งศึกษาพฤติกรรมการแยกประเภทขยะมูลฝอยและปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการแยกประเภทขยะมูลฝอยของประชาชนในชุมชนเขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร (หาตัวอย่างคำว่า เพื่อ ด้วย)  
8ดัชนีปัญหา-แก้ไข (problem-solving marker) หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงความสัมพันธ์ของข้อความในแง่ที่ข้อความหนึ่งบ่งชี้เกี่ยวกับปัญหา ข้อความหนี่งแสดงความคิดเกี่ยวกับทางออกหรือเสนอทางแก้ไขปัญหา ซึ่งจะต่างจาก cause-effect marker ที่มุ่งเน้นที่ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลมากกว่าที่จะแสดงการชี้ให้เห็นปัญหาและแสดงแนวทางแก้ไขของปัญหา (ส่วนใหญ่มักเกิดกับตัวบทประเภท argumentative)                  
 ปัญหาก็คือ ที่มาของปัญหา ทางแก้ไขก็คือ ทางออกก็คือ สาเหตุ (ของปัญหา) วิธีแก้ปัญหาก็คือญี่ปุ่นเขามีระเบียบในการกำหนดที่จอด สำหรับผู้จำเป็นต้องใช้วีลแชร์ มีกฎว่าต้องออกแบบอย่างไร มีปริมาณเท่าไหร่ แต่กลับไม่มีกฎหมายลงโทษผู้ที่จอดรถ ในช่องจอดพิเศษโดยไม่มีความจำเป็น (หาตัวอย่าง แสดงวิธีแก้)
9ดัชนีเปรียบเทียบ (comparative marker)หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อความในลักษณะของการเปรียบเทียบ ทั้งในลักษณะที่เท่ากัน น้อยกว่า หรือมากกว่า เป็นลักษณะการเปรียบเทียบกับข้อมูลที่เคยให้ไว้ก่อนหน้าหรือเคยทราบมาก่อนหน้า               
 เท่ากัน, พอๆ กับ, เท่ากับ       เหมือนกัน (เช่นกัน เหมือนกัน),ราวกับว่า, ราวกับ, คล้ายกับ เปรียบเสมือน, เปรียบเสมือนเป็น เปรียบเทียบ   มากกว่า (ยิ่ง..มาก…ก็..), ดีกว่า     น้อยกว่า   มากหรือน้อยกว่า [VP/NP]เท่ากับว่า ส้มให้แคลเซียมและวิตะมินดีแก่ร่างกายมากพอ ๆ กับนม   -ราวกับว่า -ต่อให้ไม่มี “พรสวรรค์” เลย หากบากบั่นมานะก็สามารถบรรลุเป้าหมายได้เช่นกัน     ยิ่งอยู่ในการทดลองนานมากขึ้น เขาก็พบว่าการมีอินเทอร์เน็ตนั้นดีกว่าไม่มีแน่ๆ     จะใช้พลังงานทั้งหมดมากหรือน้อยกว่าการผลิตและการกำจัดแก้วแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง
10ดัชนีเงื่อนไข  (condition marker)  หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงความสัมพันธ์ในลักษณะที่ข้อความที่อยู่ข้างหน้าและที่ตามมาข้างหลังเป็นเงื่อนไขแก่กัน หรือขึ้นต่อกัน ถ้าปราศจากข้อ ความหนึ่งอีก ข้อความหนึ่งก็จะ เกิดไม่ได้                               
  เงื่อนไขแบบให้เลือก อย่างใดอย่างถึง   ยื่นเงื่อนไข กำหนดให้เลือกถ้าไม่….นี้ ก็…..นั้น หรือไม่ก็….   มิฉะนั้น ไม่เช่นนั้น เว้นเสียแต่ว่า.. นอกจากว่า เว้นแต่ว่า นอกเสียจากว่าถ้าไม่ให้อาหารแล้วผ้าจะไม่ติดคราม หรือที่เรียกว่า “ครามลักหนีหม้อนิล”   เวลาย้อมฮ่อมห้ามไม่ให้มีหญิงมีครรภ์อยู่ใกล้บริเวณนั้น มิฉะนั้นจะย้อมผ้าไม่ติด
เงื่อนไขให้เกิดบางสิ่ง บางอย่างถ้า [VP] [VP] ถ้า [VP] ก็ [VP] หาก [VP] ก็ [VP] ถ้าหาก [VP] [VP] พอ [VP]  [VP] พอ [VP] ก็ [VP] กว่า [VP] ก็ [VP]     พอ [VP] ค่อย [VP] ขึ้นอยู่กับ [NP]   [VP] ในกรณีที่ [VP] [VP] ก็ต่อเมื่อ [VP]     เมื่อ [VP] [VP]    และถ้าหากเลือกได้ควรซื้อผลไม้ที่ปลูกตามสภาพธรรมชาติและสุกคาต้น หากพิจารณาสนนราคาและความสดของสินค้าแล้ว ควรซื้อผลไม้จากแม่ค้าพ่อค้าข้างทางและในตลาดสด กว่าเจ้าภาพจะพิมพ์ชื่อฉันในบัตรเชิญ เขาคงคิดแล้วคิดอีก (คล้ายกับ กว่าถั่วจะสุก งาก็ไหม้) พอแดดออก ค่อยซักผ้า ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาดและความลึกของบาดแผล มดจะสามารถดันไปด้านล่างได้อย่างรวดเร็วในกรณีที่สมาชิกสูญหายไปกับกระแสน้ำหรือถูกปลากิน   เมื่อเปรียบเทียบระหว่างซีกโลกเหนือและใต้ ประเทศอุตสาหกรรมส่วนใหญ่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตรใช้เชื้อเพลิงมากกว่าซีกโลกใต้
11ดัชนี้เน้นเฉพาะ (emphasis marker)หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงความหมายเชิงเน้นหรือแสดงการชี้เฉพาะของสาระและข้อมูลที่นำเสนอในข้อความ เพื่อสร้างความเฉพาะเจาะจงของข้อมูลรายละเอียดนั้น หรือเป็นการสร้างความเด่นให้กับข้อมูลนั้นเป็นการเฉพาะ        
เน้นชี้เฉพาะอย่างใด อย่างหนึ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ เฉพาะอย่างยิ่ง …เท่านั้น (ปรากฏท้ายข้อความ) ยกเว้น…เท่านั้น ที่สำคัญ..ดังนั้นในงานมงคล งานเฉลิมฉลองต่างๆ จะเห็นสิ่งของเครื่องใช้ประดับงานสีแดง โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานมงคลสมรส   อะคิลลิสที่มีร่างกายคงกระพัน อาวุธฟันแทงไม่เข้า ยกเว้นบริเวณข้อเท้าเท่านั้น  
  เน้นให้หนักแน่นยิ่งขึ้น  (จะเป็นการเน้นเนื้อความ (comment) เพื่อแสดงความหนักแน่นของข้อมูลรายละเอียดในเนื้อความนั้น)…นั้นเอง/นั่นเอง (มักปรากฏปิดท้ายหรือจบข้อความที่เน้นเนื้อความ) (ย้ายไป elaborative) ..นั่นไง, …ไง (แสดงมูลบทว่าเป็นข้อมูลเก่าที่ผู้พูดเชื่อว่าผู้ฟังรู้หรือน่าจะรู้อยู่แล้ว) …นั่นแหละ …เช่นกัน…เช่นเดียวกับขนมอบชิ้นเล็กๆ น้อยๆ ที่คนอังกฤษเตรียมไว้รับประทานกับ น้ำชายามบ่ายนั่นเอง           -ถ้าไม่มีการพัฒนาขึ้นมา ก็ไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใดเช่นกัน
เน้นเพื่อสร้างจุดเด่นพิเศษเครื่องหมายอัญประกาศที่คำหรือวลีเฉพาะ (กำกับเฉพาะเครื่องหมายอัญประกาศ)เพราะการพิมพ์ e-mail ทำให้เกิดความรู้สึก “กล้า” และเปิดเผยมากกว่า  
12ดัชนีสมมติ (Supposition marker)หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงความหมายของข้อความในลักษณะว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น หรือสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง เป็นการคาดคะเนหรือคาดการณ์สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในอนาคต                    
 สมมุติว่า… เป็นไปได้หรือไม่ว่า…. ถ้าเป็นไปได้…ก็ คิดว่า ถ้า… เชื่อว่า ถ้า…ถ้าเป็นไปได้ก็อยากประสานงานกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยดูสักครั้ง  
13ดัชนีอนุมาน (inferential marker)หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงถึงการตีความและอนุมานถึงสิ่งที่เอ่ยถึงมาแล้ว เป็นอ้างถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น เพื่อเชื่อมโยงสู่สิ่งที่จะกล่าวถึงในข้อความที่ตามมา                     
 ใน (นามวลี) เช่นนี้ (นามวลี) เช่นนี้ ในที่นี้ (นามวลี)ดังกล่าว/ข้างต้น/นี้ (นามวลี) เหล่านี้/นั้น (determiner) จาก [NP] พบว่า     ในการนี้ [VP] /[S]   นั่น สิ่งนี้/สิ่งนั้น (หากเป็นการระบุเฉพาะเจาะจงกับคำนามไม่ Tag เช่น แม้การลบ e-mail ออกจากคอมพิวเตอร์ของแต่ละคนไม่ได้หมายความว่า e-mail ฉบับนั้นจะถูกลบทิ้งไปจาก ฮาร์ดไดรฟ์ของบริษัทนายจ้าง)  …ซึ่งทั้งสองกรณีนี้เกิดได้จากหลาย สาเหตุ…   ข้อความที่เขียนเหล่านี้คือหลักฐานที่มัดจำเลยได้แน่นหนากว่าในอดีต     จากการศึกษาพบว่า ลูกจ้างมักจะไม่ระวังรอบคอบกับข้อความที่เขียนใน e-mail กันนัก ในการนี้มีผู้ที่ช่วยทำหน้าที่ปลดแผ่นปริศนาและแจกของรางวัลคนหนึ่ง   Note: ไอ้นั่น ไอ้นี่ บ่งชี้ inferential ในภาษาพูด
14ดัชนีหัวเรื่อง (topic marker) หน่วยเชื่อมโยงที่บ่งชี้หัวเรื่อง (topic) ซึ่งเป็นประเด็นหลักของประโยคหรือของข้อความหนึ่ง ๆ เพื่อชี้ให้เห็นว่าข้อความกำลังนำเสนอเรื่องใดเป็นเรื่องหลัก                      
เน้นขอบเขตเรื่องสำหรับ [NP] แล้ว สำหรับเรื่อง. [NP] นี้ เรื่อง [NP] นั้น [NP]/[VP]  นั้น, นี้, เนี่ย, นี่แหละ ก็ (ไม่แน่ใจ-เน้นเรื่อง หรือไม่)   
แยกส่วนของเรื่องในส่วนของ [NP] นี้/นั้น ในด้านของ. [NP] นี้/นั้น ส่วน [NP]นี้/นั้น สำหรับ [NP] นี้/นั้น ในกรณีของ.[NP]  นี้/นั้น  เรื่องราวในส่วนนี้ สมยศ สุภาพพรหมมินทร์ ได้ขยายความ ให้ทราบว่า สำหรับกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นศูนย์กลาง ของความเจริญทุกด้านของประเทศนั้น  
15ดัชนีเปลี่ยนหัวเรื่อง (Topic shift)หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงให้เห็นว่ามีการเปลี่ยนหัวเรื่อง (topic shift) ซึ่งต่างไปจากหัวเรื่องเดิมที่ได้กล่าวมาแล้ว การเปลี่ยนหัวเรื่อง มี 2 ระดับ ได้แก่ เปลี่ยนหัวเรื่องใหญ่ (macro-topic) และ เปลี่ยนหัวเรื่องย่อย (micro-topic) การเปลี่ยนหัวเรื่องใหญ่ อาจจะเป็นประเด็นใหม่ที่ยังมีความเกี่ยวเนื่องกับเนื้อหาที่ได้กล่าวถึงมาแล้วก่อนหน้า หรืออาจจะเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กล่าวมาแล้วก็ได้ ส่วนการเปลี่ยนหัวเรื่องย่อยเป็นการเปลี่ยนประเด็นภายใต้หัวเรื่องใหญ่เดียวกัน แต่มีประเด็นย่อย ๆ ที่แตกต่างออกไป             
  เปลี่ยนเรื่องใหม่อนึ่ง สำหรับ [NP/VP] ในกรณี [NP/VP] ส่วน [NP/VP] ในเรื่องของ [NP] (ไม่มี topic marker นี้/นี่/นั้น)อนึ่ง สำหรับในกรณีหน่วยงานราชการ ส่งเรื่องเพื่อให้ดำเนินคดีกับหน่วยงาน ราชการด้วยกันให้ปฏิบัติตามหนังสือ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี  
เปลี่ยนประเด็นใหม่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเดิมส่วน [NP] อีก[NP]   อีกเรื่อง [NP] ในด้าน [NP] ของ [NP] ในด้าน [NP] [VP]   (ไม่มี topic marker นี้/นี่/นั้น)ส่วนคำที่คุ้นเคยอีกคำหนึ่งคือคำว่า “ฮะเก๋า” ที่จริงต้องเรียกว่า “ฮ้าก๋าว”   ในด้านสรรพคุณทางยา โสมอเมริกาจะถูกนำไปใช้ในการบรรเทาอาการต่าง ๆ เช่น ภาวะหลงลืม ร่างกายอ่อนเพลีย (ก่อนหน้านี้กล่าวถึง โสมจีน)
16ดัชนีมุมมอง (stance marker)  หน่วยเชื่อมโยงที่บ่งชี้มุมมอง ทัศนคติ ความคิด ความเชื่อในเรื่องใดเรื่องหนึ่งของผู้พูดที่ปรากฏในตัวบท                               
แสดงทัศนะอันที่จริง, จริงๆ แล้ว, ที่จริงก็คือ เชื่อว่า, เห็นว่า, รู้สึกว่า, คิดว่า ตามความคิดส่วนตัว คิดว่า ในมุมมองส่วนตัว ส่วนตัวแล้ว แน่นอนว่า, แน่นอนที่สุดก็คือ.. บางที…, บางครั้ง ไม่แน่ใจว่า ไม่ทราบว่า อาจ (เฉพาะในกรณีที่ขึ้นต้นย่อหน้า เช่น อาจเป็นไปได้ว่า) อย่าลืมว่า.. การใช้คำลงท้าย แสดงสถานภาพของผู้พูด เช่น นะคะ นะครับ คหสต. (ข้อมูลออนไลน์)       [VP] เลยก็ว่าได้ (แสดงทัศนะของผู้พูดที่มีต่อข้อมูลที่นำมาข้างหน้า มีน้ำเสียงของผู้พูดต่อข้อความที่กล่าวถึง)   [VP] ก็เป็นได้ (แสดงการคาดคะเน ปิดท้ายประโยค/ข้อความที่ผู้พูดแสดงทัศนะ)            เล่ากันว่า… (บ่งชี้การใช้ stance-taking ที่อาศัยความรู้นอกตัวบทของผู้พูดนำมาใช้ในการให้ข้อมูลเนื้อหาสาระ)     สังเกตดูดี ๆ       อย่างน้อยที่สุด/อย่างมากที่สุดหากเปรียบเทียบการใช้ e-mail กับการใช้โทรศัพท์ที่เป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเช่นเดียวกัน ก็จะเห็นว่าผู้คนใช้เวลานับ สิบๆ ปี กว่าจะยอมรับและคุ้นเคยกับการใช้โทรศัพท์   ส่วนคำที่คุ้นเคยอีกคำหนึ่งคือคำว่า “ฮะเก๋า” ที่จริงต้องเรียกว่า “ฮ้าก๋าว”   แรงงานไทยเหล่านี้ โดยแท้จริงแล้วเป็น “ฮีโร่” ทางเศรษฐกิจของคนไทยนะครับ ถ้าถามว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดีหรือไม่ดี ต่อสุขภาพ หลายคนคงมีคำตอบอยู่แล้วในใจเป็นแน่ เรียกว่ารู้ดีอยู่แล้วว่าไม่ควรรับประทาน ทุกวัน แต่บางครั้งก็อดใจไม่ไหว บางทีก็ขี้เกียจทำอาหาร     หรือขี้เกียจออกมาซื้อหาอาหารรับ ประทาน ที่แน่ๆ ก็คือหนุ่มสาว ในวัยศึกษา   -แลคโตสถือได้ว่าเป็นน้ำตาลชนิดเดียวที่มีอยู่ในน้ำนมเลยก็ว่าได้   ถึงแม้จะลบทิ้ง e-mail ที่อันตรายจากต้นตอและที่ฮาร์ดไดรฟ์ของบริษัท แต่ก็ อย่าลืมว่าข้อความที่ได้ส่งออกไปแล้วนั้น อาจถูกเก็บไว้โดยคนที่รับข้อความนั้นหรือพิมพ์ออกมาแล้ว หรือถูกเก็บไว้ในไฟล์ที่ไหนอีกก็ได้   -ป่านนี้พวกเราอาจจะยังใช้การกัดแทะอาหารใส่ปากก็เป็นได้ – เล่ากันว่า คนโบราณ เวลาหนีสัตว์ร้ายเข้าไปในดงสาบเสือจะปลอดภัย เพราะสัตว์จะไม่ได้กลิ่นคน แต่จะได้กลิ่นสาบเสือแทน   ท่ามกลางขนแหลมของเม่นไฟนั้น เมื่อสังเกตดูดีๆ ก็จะพบเจ้าปูม้าลาย (Zebra)ตัวจิ๋วที่มีลวดลายสวยสดงดงามหรืออาจจะพบกุ้งโคลแมน (Coleman Shrimp) แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องยกเว้นหมึกไว้คนหนึ่ง
ลดความขึงขัง/จริงจัง (mitigation) (Hedging)อนุมานได้ว่า แบบว่า, ประมาณว่า อะไรทำนองนี้, อะไรประมาณนี้, อะไรอย่างนี้, ประมาณนี้   
แสดงความคิดร่วม (ของผู้พูดและผู้ฟัง) (เป็นการสร้างให้ผู้ฟังมี ส่วนร่วมกับความคิด ของผู้พูด มักบ่งชี้ ข้อความเก่าที่ตามมา และเป็นการเน้นข้อมูล เก่า)เป็นที่เข้าใจว่า… เข้าใจว่า เป็นที่ยอมรับร่วมกันว่า… เป็นที่รู้กันว่า… เป็นที่น่าสังเกตว่า…. เราต่างเห็นพ้องต้องกันว่า…. เราย่อมรู้กันอยู่ว่า… ที่กล่าวถึงกันอยู่เสมอก็คือ… ที่เห็นกันอยู่โดยทั่วไป ก็คือ (ตรงนี้) จะเห็นได้ว่า…  เข้าใจว่าฝรั่งที่เข้ามาในเมืองจีนได้นำเอาซอสมะเขือเทศเข้ามาด้วย น่าจะเรียกว่า “tomato sauce”     ตรงนี้จะเห็นได้ว่า แม้แฟรนไชส์ที่ซื้อมา จะเป็นแบรนด์ที่ดี
17ดัชนีปฏิสัมพันธ์ (interactive marker)หน่วยเชื่อมโยงที่บ่งชี้ถึงความต่อเนื่องของข้อความที่เป็นการแสดงการถาม-ตอบเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้พูดกับผู้ฟังให้เกิดความน่าสนใจและชวนให้ติดตาม                 
 ปุจฉา, ถาม วิสัชนา, ตอบ คำแสดงคำถาม คำถามเชิงวาทศิลป์ (rhetorical question)  เกี่ยวกับเรื่องนี้ ถามว่าจะจบลงตรงไหน ก็คงต้องตอบว่า ยังไม่มีคำตอบที่แน่นอน   เรามาหาคำตอบกันว่าทำไม
18ดัชนีอารมณ์ (emotive marker)หน่วยเชื่อมโยงที่แสดงความหมายเชิงการแสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้พูดที่มีต่อเนื้อหาหรือหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในข้อความ                              
  แสดงอารมณ์ความรู้สึกของผู้พูดผ่านถ้อยคำ  คำอุทานต่าง ๆ วลีแสดงอารมณ์ความรู้สึก เฮ้ย # โอ้โห # ว้าว # เฮ้อ #เพิ่มตัวอย่าง
  การแสดงอารมณ์ความรู้สึกผ่านเครื่องหมายการใช้เครื่องหมายบ่งชี้อารมณ์ความรู้สึก เช่น เครื่องหมายอัศเจรีย์ การใช้สัญรูปอารมณ์เพิ่มตัวอย่าง

ดูรายละเอียดการกำกับใน