| ระดับความสามารถด้านการอ่าน O-NET ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 | ระดับความสามารถด้านการอ่านในงานวิจัย |
|---|---|
| การประเมินความน่าเชื่อถือของสาร | การอ่านอย่างมีวิจารณญาณระดับต้น |
| การแยกแยะข้อเท็จจริง-ความคิดเห็น | |
| การอนุมาน | การอ่านจับใจความระดับสูง |
| การอ่านจับใจความ | การอ่านจับใจความระดับต้น |
| การอ่านจับรายละเอียด | การอ่านจับรายละเอียดระดับต้น |
จะเห็นได้ว่า ในข้อสอบการอ่านของ O-NET ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ยังไม่มีการอ่านตีความ แต่มีการอนุมาน ซึ่งจะตรงกับการอ่านจับใจความระดับสูงของงานวิจัย
จำนวนคำถามและทักษะ
| ปีการศึกษา | ทักษะที่วัด | ข้อ | จำนวนข้อ | หมายเหตุ |
| 2564 | การอ่านจับใจความ (ร้อยแก้ว) | 5, 9, 10, 18 | 5 | |
| การอ่านจับใจความ (ร้อยกรอง) | 19 | |||
| การอ่านจับจุด จับรายละเอียด | 6 | 1 | ||
| การแยกแยะข้อเท็จจริง-ความคิดเห็น | 3, 4 | 2 | ||
| การประเมินความน่าเชื่อถือของสาร | 11 | 1 | ||
| 2565 | การอ่านจับใจความ (ร้อยแก้ว) | 5, 9 | 4 | |
| การอ่านจับใจความ (ร้อยกรอง) | 18, 20 | |||
| การอ่านจับจุด จับรายละเอียด | 6 | 1 | ||
| การแยกแยะข้อเท็จจริง-ความคิดเห็น | 3, 4 | 2 | ||
| การประเมินความน่าเชื่อถือของสาร | 11 | 1 | ||
| การอนุมาน | 10 | 1 | ||
| 2566 | การอ่านจับใจความ (ร้อยแก้ว) | 5 | 3 | |
| การอ่านจับใจความ (ร้อยกรอง) | 18, 20 | |||
| การอ่านจับจุด จับรายละเอียด | 6, 9 | 2 | ข้อ 9 และ 10 ข้อสอบซ้ำกัน | |
| การแยกแยะข้อเท็จจริง-ความคิดเห็น | 3, 4 | 2 | ||
| การประเมินความน่าเชื่อถือของสาร | 11 | 1 |
จากตารางจะเห็นได้ว่า ถึงแม้ข้อสอบในแต่ละปีจะมีคำถามที่เกี่ยวกับทักษะการอ่าน 9 ข้อ แต่สัดส่วนของทักษะต่าง ๆ นั้นมีทั้งที่เท่ากันและไม่เท่ากัน กลุ่มที่เท่ากันได้แก่ การแยกแยะข้อเท็จจริง-ความคิดเห็น 2 ข้อ และการประเมินความน่าเชื่อถือของสาร 1 ข้อ ส่วนการอ่านจับใจความ การอ่านจับจุด จับรายละเอียด และการอนุมาน มีจำนวนไม่เท่ากัน โดยเฉพาะการอนุมานที่ปรากฏเฉพาะปี 2565 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะรูปแบบของคำถามโดยไม่พิจารณาเนื้อหาจะเห็นว่า คำถามในแต่ละข้อของแต่ละปีมีรูปแบบคล้ายคลึงกัน เช่น คำถามข้อ 9 ของทุกปีเป็นคำถามที่ให้ผู้ทดสอบดูรูปภาพที่มีข้อความขนาดสั้น แต่เมื่อพิจารณาคำถามจะเห็นว่า ข้อสอบปี 2564 เป็นการวัดการอ่านจับใจความ ในขณะที่ข้อสอบปี 2566 เป็นการวัดการอ่านจับจุด จับรายละเอียด

ข้อสอบปีการศึกษา 2564 ข้อ 9 วัดทักษะการอ่านจับใจความ ผู้อ่านต้องรู้ว่า ใจความของข้อความหรือสาระสำคัญของสารที่นำเสนอนั้นคืออะไร จึงจะวิเคราะห์ได้ว่าตัวเลือกใดไม่สอดคล้องกับสาร
ข้อสอบในปีการศึกษา 2566 ข้อ 9 วัดทักษะการอ่านจับรายละเอียด จากภาพจะเห็นว่ามีรายละเอียดซึ่งเป็นข้อควรปฏิบัติเมื่อติดเชื้อโควิดหลายข้อ ผู้อ่านต้องทำความเข้าใจรายละเอียดแต่ละข้อ แล้วพิจารณาตัวเลือกว่าข้อใดสอดคล้องกับข้อควรปฏิบัติเหล่านั้น
ทักษะที่วัด
จากการพิจารณาคำถามที่เกี่ยวข้องกับทักษะการอ่านในข้อสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 วิชาภาษาไทย เฉพาะข้อสอบปรนัย ตั้งแต่ปีการศึกษา 2564 ถึง 2566 พบว่า คำถามที่วัดทักษะการอ่านแต่ละประเภทมีลักษณะดังนี้

คำถามลักษณะที่สองเป็นคำถามที่ให้ผู้ทดสอบดูรูปภาพและอ่านข้อความประกอบภาพขนาดสั้นแล้วตอบคำถาม คำถามในส่วนนี้บางปีเป็นคำถามวัดทักษะการอ่านจับใจความ เช่น การถามเกี่ยวกับแนวคิดสำคัญหรือวัตถุประสงค์ของบทอ่าน บางปีเป็นการคำถามวัดทักษะการอ่านจับจุด จับรายละเอียด บางปีเป็นคำถามที่ต้องอาศัยการอนุมานร่วมด้วย
อย่างไรก็ตาม คำถามที่วัดทักษะการอ่านจับใจความบางคำถามก็ไม่ได้วัดทักษะการอ่านอย่างแท้จริง ดังตัวอย่าง

จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่า ภาพและข้อความที่ปรากฏไม่ได้มีความสำคัญในการหาคำตอบของคำถามข้อนี้ กล่าวคือ ผู้ทดสอบไม่จำเป็นต้องดูภาพและอ่านข้อความดังกล่าว เพียงอ่านคำตอบ “ช่วยให้ไม่เกิดการสูญเสียจากอุบัติเหตุบนท้องถนน” แล้วหาคำถามที่สัมพันธ์กับคำตอบดังกล่าวก็สามารถตอบคำถามได้ จากตัวเลือกทั้ง 4 ตัวเลือกจะเห็นว่าคำถาม เมื่อไร ใคร และ อะไร ไม่สอดคล้องกับคำตอบ คำถามข้อนี้แม้จะอ้างถึงภาพและข้อความ แต่แท้จริงแล้วไม่ได้วัดทักษะการอ่าน
คำถามลักษณะที่สามซึ่งปรากฏเฉพาะข้อสอบในปีการศึกษา 2564 ข้อ 18 เป็นคำถามที่ถามถึงประเด็นต่าง ๆ ในบทอ่าน ข้อสอบจะกำหนดบทอ่านมาให้ 1 ย่อหน้า แล้วถามว่าประเด็นใดที่ไม่ได้ปรากฏในบทอ่านนั้น
คำถามลักษณะสุดท้ายที่ปรากฏในข้อสอบของทุกปีคือคำถามเกี่ยวกับใจความสำคัญหรือข้อคิดจากบทร้อยกรอง คำถามลักษณะนี้จะปรากฏ 1-2 ข้อ กล่าวโดยสรุป ในข้อสอบ O-NET แต่ละปีจะมีคำถามที่วัดทักษะการอ่านจับใจความทั้งจากบทอ่านร้อยแก้วและร้อยกรองจำนวน 3-5 ข้อ คิดเป็นร้อยละ 44.44 ของข้อสอบที่วัดทักษะการอ่านทั้งหมด ถึงแม้คำถามแต่ละข้อหรือแต่ละปีอาจมีลักษณะหรือการใช้คำสร้างคำถามที่แตกต่างกัน แต่เมื่อพิจารณาตามทักษะที่ใช้ในการหาคำตอบแล้ว เห็นได้ว่ามีลักษณะของการอ่านจับใจความเช่นเดียวกัน
การอ่านจับจุด จับรายละเอียด
คำถามที่วัดทักษะการอ่านจับจุด จับรายละเอียด ในข้อสอบ O-NET แต่ละปีมีเพียง 1-2 ข้อ ส่วนใหญ่เป็นการดูแผนภูมิหรือตารางแล้วตอบคำถามในเชิงประยุกต์หรือเปรียบเทียบข้อมูล ดังตัวอย่าง

คำถามที่วัดทักษะการแยกแยะข้อเท็จจริงและความคิดเห็นของสารมีจำนวน 2 ข้อเช่นเดียวกันทั้ง 3 ปี คิดเป็นร้อยละ 22.22 ของคำถามที่เกี่ยวกับการอ่านทั้งหมด คำถามทั้ง 3 ปีมีลักษณะเดียวกัน คือมีบทอ่าน 1 ย่อหน้า แบ่งออกเป็น 4 ส่วน บางส่วนเป็นข้อเท็จจริง บางส่วนเป็นความคิดเห็น ให้ผู้ทดสอบพิจารณาว่าข้อความในส่วนใดเป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นความคิดเห็น ดังตัวอย่าง

คำถามที่วัดทักษะการประเมินความน่าเชื่อถือของสารมีจำนวน 1 ข้อเท่ากันทั้ง 3 ปี ข้อสอบในปีการศึกษา 2564 ให้ผู้ทดสอบอ่านโฆษณาในตัวเลือกแต่ละข้อ แล้วตอบว่าข้อใดไม่มีคำโฆษณาเกินจริง ส่วนในปีการศึกษา 2565 และ 2566 ข้อสอบกำหนดบทอ่านซึ่งเป็นโฆษณามาให้ 1 บท แบ่งออกเป็น 4 ตอน แล้วให้ตอบว่า ข้อความตอนใดน่าเชื่อถือ ดังตัวอย่าง

การอนุมาน
คำถามที่วัดทักษะการอ่านในข้อสอบ O-NET มักจะเป็นคำถามเกี่ยวกับการอ่านจับใจความ การอ่านจับจุด จับรายละเอียด การแยกแยะข้อเท็จจริง-ความคิดเห็น และการประเมินความน่าเชื่อถือของสาร อย่างไรก็ตาม ยังปรากฏคำถามที่ต้องใช้ทักษะการอนุมานร่วมด้วย คำถามลักษณะดังกล่าวพบเฉพาะในปี 2565 ข้อที่ 10 เท่านั้น ดังตัวอย่าง


จากคำถามดังกล่าว ผู้ทดสอบต้องพิจารณาภาพและสัญลักษณ์ที่ปรากฏประกอบกับข้อความ “หยุดสูญเสีย” และอนุมานว่า คำว่า สูญเสีย ที่ปรากฏในภาพนี้หมายถึงสิ่งใดหรือสอดคล้องกับข้อใดมากที่สุด จากการทบทวนข้อสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 วิชาภาษาไทย ปีการศึกษา 2564 ถึง 2566 ในส่วนข้อสอบปรนัยสรุปได้ว่า ข้อสอบ O-NET มีการวัดทักษะทางภาษาไทยหลายด้าน ด้วยเหตุนี้สัดส่วนของข้อสอบที่วัดทักษะการอ่านจึงมีอย่างจำกัดเพียง 9 ข้อ ถึงแม้แต่ละข้อจะวัดทักษะการอ่านที่แตกต่างกัน แต่ก็มีจำนวนน้อย และไม่สามารถประเมินความสามารถทางการอ่านได้โดยเฉพาะ
สรุป
นอกจากข้อสอบปรนัยดังได้กล่าวมาแล้ว ข้อสอบ O-NET ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 วิชาภาษาไทย ยังมีส่วนที่เป็นข้อสอบอัตนัยอีก 2 ข้อ คือ ข้อ 21 วัดทักษะการเขียน ส่วนข้อ 22 วัดทักษะการอ่านจับใจความ
ข้อสอบข้อ 22 จะกำหนดบทอ่านมาให้ผู้ทดสอบอ่าน ความยาวของบทอ่านประมาณ 13-16 บรรทัด แบ่งเป็น 3 ย่อหน้า ในหนึ่งย่อหน้ามีใจความสำคัญ 1-2 ใจความ ให้ผู้ทดสอบสรุปใจความสำคัญทั้งหมด ให้มีความยาวไม่เกิน 3 บรรทัด ข้อสอบลักษณะนี้เป็นข้อสอบวัดทักษะการอ่านจับใจความซึ่งผู้ทดสอบจะต้องทำความเข้าใจและเลือกเอาใจความสำคัญออกจากพลความด้วยตนเองโดยไม่มีตัวเลือกช่วยชี้นำ นับเป็นการวัดทักษะการอ่านจับใจความขั้นสูง อย่างไรก็ตามข้อสอบดังกล่าวก็วัดได้เพียงทักษะการอ่านจับใจความเท่านั้น ไม่สามารถวัดทักษะการอ่านประเภทอื่น ๆ ได้ ด้วยเหตุนี้ จึงควรมีข้อสอบที่สามารถวัดทักษะการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้อย่างแท้จริง เป็นข้อสอบที่วัดสมรรถภาพการอ่านโดยเฉพาะ วัดได้ครบถ้วนทุกประเภทและมีสัดส่วนคำถามในแต่ละประเภทมากพอที่จะยืนยันได้ว่า ผู้ทดสอบมีทักษะการอ่านในระดับใดหรือมีข้อบกพร่องที่ควรพัฒนาในจุดใด
