การคัดเลือกบทอ่านประกอบการสอน

จากบทอ่านทั้ง 6 ประเภทที่กล่าวไปข้างต้นนั้น จะเห็นว่าแต่ละประเภทมีลักษณะเด่นที่แตกต่างกัน ทั้งนี้หากต้องเลือกมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาการอ่านสามารถพิจารณาจากประเภทความสามารถที่ต้องการวัดประกอบกับลักษณะเด่นด้านเนื้อหาโดยอาจใช้แนวทางดังนี้

การอ่านจับรายละเอียด

การอ่านจับรายละเอียดเป็นการอ่านที่อาศัยการรู้และเข้าใจความหมายตรงของคำ รู้จำรายละเอียดของเรื่องที่อ่าน รวมถึงรู้ความหมายของข้อมูลที่ยังคงความหมายเดิมหรือแสดงถึงข้อความเดิมแม้ว่าจะมีการกล่าวใหม่ (Restatement/Paraphrase) ถือเป็นความสามารถขั้นต้นของการอ่านข้อความ

บทอ่านประเภทต่าง ๆ ล้วนสามารถนำมาใช้วัดความสามารถในการอ่านจับรายละเอียดได้ทั้งสิ้น แต่หากจะต้องเลือกบทอ่านที่เหมาะสมกับการนำมาวัดความสามารถในการอ่านจับรายละเอียดมากที่สุด บทอ่านประเภทนั้นคือบทอ่านประเภทการให้ข้อมูล (Informative) บทอ่านประเภทการเล่า (Narrative) และบทอ่านประเภทการบอกขั้นตอนหรือวิธีการปฏิบัติ (Procedural) เนื่องจากบทอ่านเหล่านี้มักมีเนื้อหาที่มุ่งเน้นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างชัดเจน หรือให้ข้อมูลตามลำดับ จึงเหมาะสมที่จะนำมาใช้วัดความสามารถในการอ่านว่าผู้อ่านรู้องค์ประกอบของเรื่องราว เหตุการณ์ หรือขั้นตอนเหล่านั้นหรือไม่

การอ่านจับใจความ

การอ่านจับใจความเป็นการอ่านที่ผู้อ่านต้องสามารถสรุปสาระสำคัญของเรื่องที่อ่าน สามารถเชื่อมโยงและคาดคะเนคำศัพท์หรือเนื้อความในเรื่องที่อ่าน และสามารถแยกใจความออกจากพลความได้

บทอ่านประเภทต่าง ๆ ล้วนสามารถนำมาใช้วัดความสามารถในการจับใจความได้ แต่หากต้องเลือกบทอ่านที่เหมาะสมกับการนำมาวัดความสามารถด้านการอ่านจับใจความมากที่สุด บทอ่านประเภทนั้นคือ บทอ่านประเภทการให้ข้อมูล (Informative) และบทอ่านประเภทการแสดงทรรศนะ (Argumentative) เนื่องจากบทอ่านประเภทให้ข้อมูลนั้นมีเนื้อหาที่มุ่งเน้นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างชัดเจน จึงเหมาะสมที่จะนำมาใช้วัดความสามารถในการอ่านว่าผู้อ่านสามารถสรุปสาระสำคัญ หรือสามารถแยกใจความออกจากพลความได้หรือไม่ ส่วนบทอ่านประเภทการแสดงทรรศนะ (Argumentative) นั้นมีเนื้อหาที่มุ่งเน้นการให้ข้อมูลหรือตัวอย่างสนันสนุนข้อคิดเห็นหรือข้อโต้แย้งในประเด็นต่าง ๆ จึงเหมาะสมที่จะนำมาใช้วัดความสามารถในการอ่านว่าผู้อ่านสามารถสรุปสาระสำคัญ สามารถเชื่อมโยงและคาดคะเนคำศัพท์หรือเนื้อความในเรื่องที่อ่าน หรือสามารถแยกใจความออกจากพลความได้หรือไม่

การอ่านตีความ

การอ่านตีความเป็นการอ่านเพื่อให้เข้าใจสารของผู้เขียนที่แฝงอยู่ในบทอ่าน เป็นการทำความเข้าใจความหมายโดยนัยที่ไม่ได้สื่อความตรงตามรูปอักษร (Non-Literal meaning) เป็นการตีความด้านคำศัพท์ วลี เนื้อหา เจตนาหรือน้ำเสียงของผู้เขียน โดยอาศัยการพิจารณาจากรูปภาษา/กลวิธีทางภาษาที่ใช้

บทอ่านที่เหมาะสมในการนำมาใช้วัดความสามารถด้านการอ่านตีความคือ บทอ่านประเภทการเล่า (Narrative) ที่มีการใช้กลวิธีทางภาษา มีการเปรียบเปรย ใช้ความหมายไม่ตรงรูป (connotation) ฯลฯ บทอ่านประเภทการบรรยาย (Descriptive) ก็เหมาะสมในการนำมาใช้ความความสามารถด้านการอ่านตีความเช่นกัน เนื่องจากมีมักมีการใช้กลวิธีทางภาษา เช่น อุปมา อุปลักษณ์ สัญลักษณ์ ฯลฯ นอกจากนี้ บทอ่านประเภทการแสดงทรรศนะ (Argumentative) ก็เหมาะสมในการวัดความสามารถด้านการอ่านตีความเช่นกัน เนื่องจากบทอ่านประเภทนี้มักมีการให้ข้อมูลทั้งที่เป็นข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น หรืออาจแฝงการเปรียบเปรย จึงสามารถนำมาใช้วัดความสามารถในการอ่านว่าผู้อ่านสามารถเข้าใจความหมายที่ไม่ตรงตามรูปภาษาหรือไม่

การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ

การอ่านอย่างมีวิจารณญาณเป็นการพิจารณาสิ่งที่อ่านอย่างละเอียดเพื่อค้นหาความหมาย ข้อสมมติฐาน เหตุผล และกลวิธีในการนำเสนอของผู้เขียน รวมทั้งค้นหาประเด็นโต้แย้งและเหตุผลทั้งในลักษณะที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนและไม่ชัดเจน เพื่อประเมินสิ่งที่อ่านและตัดสินใจว่าสิ่งที่ผู้เขียนนำเสนอมีเหตุผลน่าเชื่อถือหรือไม่

บทอ่านที่เหมาะสมในการนำมาใช้วัดความสามารถด้านการอ่านอย่างมีวิจารณญาณคือ บทอ่านประเภทการแสดงทรรศนะ (Argumentative) เนื่องจากบทอ่านประเภทนี้มักมีคำหรือข้อความที่แสดงการให้เหตุผล การให้ความเห็น การโน้มน้าว จึงเหมาะสมที่จะนำมาใช้วัดความสามารถในการอ่านว่าผู้อ่านสามารถประเมินข้อเท็จจริง ความคิดเห็น ความน่าเชื่อถือ หรือความสมเหตุสมผลของเรื่องที่อ่านได้หรือไม่

ตารางสรุป

จากที่กล่าวไปข้างต้น สามารถสรุปประเภทของบทอ่านที่เหมาะสมกับการนำมาใช้วัดทักษะการอ่านประเภทต่าง ๆ ได้ดังตารางต่อไปนี้

ทักษะการอ่านtext type ที่เหมาะสมกลวิธีลักษณะเด่นด้านเนื้อหาจุดประสงค์ของการอ่าน
จับรายละเอียดInformative Narrative Proceduralความหมายตรงรูป (denotation)ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างชัดเจนให้ข้อมูลตามลำดับรู้องค์ประกอบของเหตุการณ์
จับใจความArgumentative Informative

 ให้ข้อมูลที่มีใจความสำคัญ (อาจปรากฏใจความสำคัญชัดหรือไม่ชัดก็ได้)รู้เหตุการณ์สำคัญ
ตีความNarrative* (ไม่ใช่การเล่าเรื่องปกติ) DescriptiveArgumentativeความหมายไม่ตรงรูป (connotation)มีคำหรือข้อความที่มีความหมายไม่ตรงตามรูปภาษาเข้าใจความหมายที่ไม่ตรงตามรูปภาษา
วิจารณญาณArgumentative มีคำหรือข้อความที่แสดงการให้เหตุผล/การให้ความเห็น/การโน้มน้าวประเมินข้อเท็จจริง ความคิดเห็น ความน่าเชื่อถือ ความสมเหตุสมผล