คำอธิบายระดับสมรรถภาพหรือ Descriptor เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการทดสอบเพราะเป็นตัวกำหนดมาตรฐานในการประเมินผลและช่วยให้ผู้เรียนหรือผู้ที่ผ่านการทดสอบเข้าใจระดับความสามารถของตนได้ ทำหน้าที่เป็นเกณฑ์กำหนดว่าผลลัพธ์หรือทักษะของผู้สอบอยู่ในระดับใด โดยอธิบายรายละเอียดในแต่ละระดับของคะแนนหรือสมรรถนะ เช่น ระดับพื้นฐาน ระดับดี หรือระดับยอดเยี่ยม ช่วยให้ผู้เรียนเห็นจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุงได้จากผลการสอบ โดยจะบอกให้ทราบว่าทำไมถึงได้คะแนนตามระดับนั้น ๆ และจะพัฒนาตนเองได้อย่างไร ช่วยให้ผู้เรียนมีแนวทางในการพัฒนาทักษะเพื่อให้ก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ คำอธิบายระดับสมรรถภาพยังช่วยผู้สอนในการวางแผนการสอน กล่าวคือ สามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วยให้ผู้สอนเข้าใจจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนาของผู้เรียนในแต่ละระดับ ทำให้สามารถออกแบบการสอนและกิจกรรมเสริมที่เหมาะสมกับความสามารถของผู้เรียนได้ และยังทำให้ผู้สอนมีความเที่ยงตรงและความยุติธรรมในการประเมิน เพราะเป็นการใช้เกณฑ์มาตรฐานเดียวกันสำหรับผู้เรียนทุกคน
ในขั้นตอนการสร้างและพัฒนาแบบทดสอบสมรรถภาพการอ่านภาษาไทยในงานวิจัยนี้ คณะผู้วิจัยจึงได้ศึกษาคำอธิบายระดับสมรรถภาพการอ่านขององค์กรด้านการศึกษาและการทดสอบแหล่งต่าง ๆ ทั้งสำหรับผู้ใช้ภาษาเป็นภาษาแม่และสำหรับผู้ใช้ภาษาเป็นภาษาต่างประเทศ เพื่อวิเคราะห์ความเหมือนหรือความแตกต่างและใช้เป็นแนวทางในการออกแบบคำอธิบายระดับสมรรถนะการอ่านที่จะใช้สำหรับงานวิจัยนี้ ดังนี้
- Common Core State Standards for English Art & Literacy in History/Social Studies, Science, and Technical Subjects
- The National Assessment of Educational Progress หรือ NEAP
- The Association of Language Testers in Europe หรือ ALTE
- The Common European Framework of Reference for Languages หรือ CEFR
- American Council on the Teaching of Foreign Languages หรือ ACTFL
- โปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA (Programme for International Student Assessment)
จากการศึกษาคำอธิบายระดับสมรรถภาพการอ่านขององค์กรด้านการศึกษาและการทดสอบแหล่งต่าง ๆ ข้างต้นแล้วพบว่า สามารถจำแนกความแตกต่างของคำอธิบายระดับสมรรถภาพออกได้เป็นสองประเภท ได้แก่ คำอธิบายระดับสมรรถภาพที่ใช้เป็นกรอบการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Achievement test) ซึ่งมีการแบ่งระดับความสามารถตามช่วงชั้นการเรียนรู้ในโรงเรียน คือ ข้อ 1, 2 กับคำอธิบายระดับสมรรถภาพที่ใช้สำหรับการทดสอบวัดความรู้ความสามารถทางภาษา (Proficiency test) ซึ่งไม่ได้แบ่งระดับความสามารถตามช่วงชั้นการเรียนรู้ในโรงเรียน แต่เป็นกรอบการประเมินความสามารถมาตรฐานในภาพรวมที่กำหนดขึ้นจากความสามารถที่คาดหวังในการใช้ภาษาหนึ่ง ๆ คือ ข้อ 3, 4, 5 และ 6
นอกจากนี้ คณะผู้วิจัยยังพบว่า คำอธิบายระดับสมรรถภาพของข้อ 1, 2 และ 6 นั้น ยังให้รายละเอียดความสามารถไม่เพียงเฉพาะการใช้อ่านเพื่อความเข้าใจเท่านั้น แต่ยังเน้นเรื่องการอ่านวิเคราะห์ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ตัวบท กลวิธีการเขียนของผู้เขียน รวมไปถึงการประเมินคุณค่า ประเมินความน่าเชื่อถือ หรือความสมเหตุสมผลของตัวบทอีกด้วย ซึ่งความสามารถเหล่านี้ ไม่เน้นมากในคำอธิบายระดับสมรรถภาพของข้อ 3, 4, 5 ซึ่งให้น้ำหนักไปที่การอ่านเพื่อความเข้าใจมากกว่าการวิเคราะห์หรือประเมินคุณค่าตัวบท ทั้งนี้อาจเป็นเพราะคำอธิบายระดับสมรรถภาพของข้อ 3, 4, 5 มักนำไปใช้เป็นกรอบการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้ใช้ภาษาต่างประเทศ ในขณะที่คำอธิบายระดับสมรรถภาพของข้อ 1, 2 และ 6 นั้น เป็นกรอบการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้ใช้ภาษาแม่ซึ่งต้องมีความสามารถด้านการอ่านที่ลุ่มลึกกว่า
ด้วยเหตุนี้ คณะผู้วิจัยเห็นว่า งานวิจัยนี้มุ่งเน้นพัฒนาสมรรถนะการอ่านของนักเรียนไทยซึ่งใช้ภาษาไทยเป็นภาษาแม่ ดังนั้น จึงเน้นการสร้างร่างคำอธิบายระดับสมรรถนะการอ่านให้สอดคล้องกับกรอบการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้ใช้ภาษาแม่เป็นหลัก รวมทั้งให้สอดคล้องกับตัวชี้วัดสมรรถนะการอ่านที่งานวิจัยนี้ได้กำหนดขึ้นไว้ก่อนหน้านี้ด้วย
ร่างคำอธิบายระดับสมรรถภาพด้านการอ่านที่คณะผู้วิจัยออกแบบไว้ในแต่ละระดับ (ต้น, กลาง, สูง) จะแบ่งระดับความสามารถออกเป็น 4 ขั้น โดยขั้น 1 จะเป็นความสามารถที่ต่ำกว่าที่คาดหวังของแต่ละระดับ ขั้น 2 เน้นความสามารถในด้านการอ่านจับรายละเอียด ขั้น 3 เน้นความสามารถในด้านการอ่านจับใจความ และขั้น 4 เน้นความสามารถในด้านการอ่านตีความและการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
อย่างไรก็ดี ในขั้นตอนนี้ คณะผู้วิจัยยังไม่ได้กำหนดช่วงคะแนนของแต่ละระดับไว้เนื่องจากจำเป็นต้องกำหนดให้สอดคล้องกับผังการสร้างข้อสอบ (Test Blueprint) รวมถึงต้องอาศัยการวิเคราะห์ผลจากการทดลองข้อสอบชุดทดลอง (try-out) เพื่อกำหนดขอบเขตในการตัดช่วงคะแนนของแต่ละขั้นต่อไป ทั้งนี้ ร่างคำอธิบายระดับสมรรถภาพด้านการอ่านนี้ อาจได้รับการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมมากขึ้นเมื่อได้มีการวิเคราะห์ผลจากการทดลองข้อสอบชุดทดลอง (try-out) ในการวิจัยขั้นตอนต่อ ๆ ไป
ร่างคำอธิบายระดับสมรรถภาพด้านการอ่านของแต่ละระดับมีดังนี้
| ขั้น | คำอธิบายระดับสมรรถภาพด้านการอ่านระดับต้น |
|---|---|
| 4 | สามารถเข้าใจความหมายโดยนัยของคำหรือกลุ่มคำ และเจตนาของผู้เขียนในบทอ่านที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ตนอาจไม่มีประสบการณ์มาก่อนแต่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน สามารถจำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น และประเมินความน่าเชื่อถือของสิ่งที่อ่านโดยอาศัยคำบ่งชี้ซึ่งปรากฏชัดในข้อความขนาดสั้นได้ |
| 3 | สามารถจับใจความสำคัญ รวมถึงประมวลข้อมูลในส่วนต่าง ๆ ที่ปรากฏชัดในบทอ่านแล้วสรุปข้อมูล หรือสรุปความคิดรวบยอดของบทอ่านที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เรื่องใกล้ตัว หรือเรื่องที่ตนอาจไม่มีประสบการณ์มาก่อนแต่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน |
| 2 | สามารถค้นหาข้อมูลที่ปรากฏชัดในบทอ่าน เข้าใจรายละเอียดในบทอ่านที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน หรือเรื่องใกล้ตัว ทั้งที่เขียนเป็นข้อความต่อเนื่องด้วยโครงสร้างภาษาไม่ซับซ้อน และมีภาพ ตาราง หรือแผนภูมิประกอบได้ สามารถทำตามขั้นตอนของสิ่งที่อ่านซึ่งมีขนาดสั้นและไม่ซับซ้อนได้ |
| 1 | สามารถค้นหาข้อมูลที่ต้องการจากข้อความขนาดสั้น ภาพ ตาราง หรือแผนภูมิง่าย ๆ ที่พบในชีวิตประจำวัน ควรฝึกฝนเพิ่มเติมในการอ่านบทอ่านที่เป็นข้อความต่อเนื่องแต่มีโครงสร้างไม่ซับซ้อน |
| ขั้น | คำอธิบายระดับสมรรถภาพด้านการอ่านระดับกลาง |
|---|---|
| 4 | สามารถเข้าใจความหมายโดยนัยของคำ ข้อความ สัญลักษณ์ที่เป็นสากล หรือสำนวนที่พบไม่บ่อยแต่มีบริบทช่วยในการทำความเข้าใจ รวมทั้งเข้าใจเจตนา อารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียนในบทอ่านขนาดยาวที่เกี่ยวกับเรื่องทั่วไปในสังคม เรื่องเชิงวิชาการ หรือเรื่องที่ตนไม่มีประสบการณ์ ซึ่งเขียนด้วยโครงสร้างภาษาและลำดับความคิดที่ซับซ้อน สามารถจำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นของข้อความที่ไม่ปรากฏคำบ่งชี้อย่างชัดเจน แต่ต้องอาศัยถ้อยคำสำนวนหรือข้อความแวดล้อมช่วยตัดสิน สามารถประเมินความน่าเชื่อถือของบทอ่านและใช้ข้อมูลในบทอ่านมาให้เหตุผลประกอบได้อย่างสมเหตุสมผล |
| 3 | สามารถจับใจความสำคัญซึ่งอาจปรากฏชัด หรือไม่ปรากฏชัดในบทอ่านแต่ต้องอาศัยการเชื่อมโยงหรือรวบรวมข้อมูลจากหลายจุด เข้าใจความสัมพันธ์ของข้อความที่ปรากฏอยู่ในจุดต่าง ๆ ของบทอ่าน และสรุปความคิดรวบยอดของบทอ่านขนาดยาวที่เกี่ยวกับเรื่องทั่วไปทางสังคม เรื่องเชิงวิชาการ หรือเรื่องที่ตนไม่มีประสบการณ์ ซึ่งอาจใช้ทั้งภาษาทางการและไม่เป็นทางการ หรือภาษาต่างสมัยในการเขียนได้ |
| 2 | สามารถเข้าใจรายละเอียดในบทอ่านขนาดยาวที่เกี่ยวกับเรื่องทั่วไปทางสังคมหรือเรื่องเชิงวิชาการ ซึ่งเขียนเป็นข้อความต่อเนื่องด้วยโครงสร้างภาษาและลำดับความคิดที่ซับซ้อน สามารถทำตามขั้นตอนของสิ่งที่อ่านซึ่งมีความเป็นทางการและเป็นเรื่องที่ตนไม่มีประสบการณ์ได้ |
| 1 | สามารถเข้าใจรายละเอียดและจับใจความสำคัญจากบทอ่านขนาดสั้นที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันหรือเรื่องใกล้ตัว ควรฝึกฝนเพิ่มเติมในการอ่านบทอ่านที่มีขนาดยาว มีโครงสร้างภาษาและลำดับความคิดที่ซับซ้อน และมีเนื้อหาที่หลากหลายมากขึ้น |
| ขั้น | คำอธิบายระดับสมรรถภาพด้านการอ่านระดับสูง |
|---|---|
| 4 | สามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบ เชื่อมโยง และอนุมานความสัมพันธ์ของเนื้อหา ในบทอ่าน และวิเคราะห์ความสอดคล้องของการอ้างเหตุผลของบทอ่านแต่ละแหล่งได้ รวมทั้งสามารถประเมินค่าบทอ่าน และเปรียบเทียบความน่าเชื่อถือของบทอ่านแต่ละแหล่งและให้เหตุผลประกอบได้อย่างสมเหตุสมผล |
| 3 | สามารถเข้าใจความหมายของคำศัพท์เฉพาะแวดวง ความหมายโดยนัยของคำ ข้อความ สัญลักษณ์ที่ผู้เขียนใช้ในความเฉพาะ หรือสำนวนที่พบไม่บ่อยและไม่มีบริบทช่วยในการทำความเข้าใจ รวมทั้งเข้าใจเจตนา อารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียนในบทอ่านทุกประเภท ซึ่งต้องอาศัยความรู้เชิงสังคมวัฒนธรรมช่วยในการทำความเข้าใจ |
| 2 | สามารถจับใจความสำคัญและสรุปความคิดรวบยอดของบทอ่านทุกประเภทซึ่งไม่ปรากฏชัดแต่ต้องอาศัยการอนุมาน การเชื่อมโยง การรวบรวมข้อมูลจากหลายจุด หรือการเข้าใจความแตกต่างของคำศัพท์หรือข้อความที่มีความหมายใกล้เคียงกัน |
| 1 | สามารถเข้าใจรายละเอียดและจับใจความสำคัญซึ่งปรากฏชัดในบทอ่านขนาดยาวได้ ควรฝึกฝนเพิ่มเติมเรื่องการเชื่อมโยงข้อมูลและการวิเคราะห์เนื้อหาในบทอ่านที่หลากหลายมากขึ้น |
หมายเหตุ หากได้ 0 คะแนน หมายถึง ไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะประเมินความสามารถในการอ่านระดับนี้ได้ เช่น ทำผิดคำสั่ง ไม่ทำข้อสอบ ฯลฯ
คำอธิบายระดับสมรรถภาพด้านการอ่านระดับกลาง ฉบับปรับปรุงหลังการทดลองข้อสอบ
| ระดับ | ช่วงคะแนน | คำอธิบายสมรรถภาพ |
| ดีมาก | 81–100 | เข้าใจเนื้อหาสาระ จับใจความ และรู้ความหมายโดยนัยของคำหรือข้อความ รวมทั้งเจตนา อารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียนในบทอ่านขนาดยาวเชิงวิชาการหรือเรื่องทั่วไปทางสังคมที่ตนไม่มีประสบการณ์ได้ทุกแง่มุม สามารถวิเคราะห์และประเมินความน่าเชื่อถือของบทอ่านรวมถึงรู้จักใช้ข้อมูลในบทอ่านมาให้เหตุผลประกอบได้อย่างสมเหตุสมผล |
| ดี | 61–80 | จับใจความและรู้ความหมายโดยนัยของคำหรือข้อความ รวมทั้งเจตนา อารมณ์ความรู้สึกของผู้เขียนในบทอ่านขนาดยาวเชิงวิชาการหรือเรื่องทั่วไปทางสังคมที่ตนไม่มีประสบการณ์ได้เป็นส่วนใหญ่ เข้าใจและสามารถเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อความที่ปรากฏอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของบทอ่าน และจำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นของข้อความที่ไม่ปรากฏคำบ่งชี้อย่างชัดเจนได้ |
| ปานกลาง | 41–60 | จับใจความและรู้ความหมายโดยนัยของคำหรือข้อความในบทอ่านขนาดยาวได้บางส่วน รวมถึงสามารถจำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นของข้อความที่ไม่ปรากฏคำบ่งชี้อย่างชัดเจนได้บ้าง ควรฝึกฝนการอ่านบทอ่านเชิงวิชาการหรือเรื่องทั่วไปทางสังคมที่ตนไม่มีประสบการณ์ |
| เริ่มต้น | 21–40 | เข้าใจรายละเอียดและจับใจความในบทอ่านขนาดยาวได้เป็นส่วนน้อย ยังต้องฝึกฝนการอ่านบทอ่านซึ่งเขียนเป็นข้อความต่อเนื่องด้วยภาษาและลำดับความคิดที่มีโครงสร้างซับซ้อน |
| ต่ำกว่าเกณฑ์ของระดับกลาง | 1–20 | ความสามารถด้านการอ่านในภาพรวมยังอยู่ในระดับต้น ยังไม่ถึงความความสามารถด้านการอ่านระดับกลางในทุกประเภทการอ่าน |
| ไม่สามารถประเมินได้ | 0 | ไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะสามารถประเมินได้ |