ความหมาย
การอ่านอย่างมีวิจารณญาณ หมายถึง การพิจารณาสิ่งที่อ่านอย่างละเอียดเพื่อค้นหาความหมาย ข้อสมมติฐาน เหตุผล และกลวิธีในการนำเสนอของผู้เขียน รวมทั้งค้นหาประเด็นโต้แย้งและเหตุผลทั้งในลักษณะที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนและไม่ชัดเจน เพื่อประเมินสิ่งที่อ่านและตัดสินใจว่าสิ่งที่ผู้เขียนนำเสนอมีเหตุผลน่าเชื่อถือหรือไม่
การอ่านอย่างมีวิจารณญาณประกอบด้วยความสามารถที่วัด ได้แก่
1) แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นของบทอ่าน สามารถพิจารณาข้อความได้ว่า สิ่งใดเป็นเท็จหรือจริง
- ข้อเท็จจริง หมายถึง ข้อความ เรื่องราว หรือเหตุการณ์ ที่เป็นอยู่ตามจริงในช่วงเวลานั้น ๆ ซึ่งอาจเปลี่ยนไปเมื่อเวลาเปลี่ยนไป
- ข้อคิดเห็น หมายถึง ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง อาจเป็นจินตนาการ เรื่องสมมติ ความรู้สึกของบุคคล รวมทั้งทฤษฎีอันเป็นพื้นฐานของความรู้ทางวิชาการที่บุคคลตั้งขึ้น
ระดับความยาก:
- ระดับต้น: แยกข้อความที่มีคำบ่งชี้ชัดเจน (คำช่วยกริยา เช่น อาจ อาจจะ น่าจะ เชื่อว่า เห็นว่า ควร มักจะ ต้อง)
- ระดับกลาง: แยกข้อความที่ไม่มีคำบ่งชี้ชัดเจนแต่ต้องอาศัยถ้อยคำ สำนวนที่แสดงอารมณ์ความรู้สึก การแนะนำ การเปรียบเทียบ
- ระดับสูง: แยกข้อความหรือย่อหน้าในบทอ่านขนาดยาวและซับซ้อน
2) ประเมินความสมเหตุสมผลของบทอ่าน
สามารถพิจารณาหาข้อความที่เป็นข้ออ้างและข้อสรุป แล้วบอกความสัมพันธ์ของข้อความได้ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่
- ระดับกลาง: ระบุข้อสรุปของบทอ่านได้ และสามารถบอกได้ว่าอะไรเป็นข้ออ้างที่ผู้เขียนใช้เป็นข้อสนับสนุนของข้อสรุปนั้น
- ระดับสูง: จำแนกข้ออ้างและข้อสรุปของบทอ่านแล้วสามารถพิจารณาความสอดคล้องของข้ออ้างและข้อสรุปได้ว่ามีความสอดคล้องกันอย่างสมเหตุสมผลหรือไม่
3) ประเมินความน่าเชื่อถือของบทอ่าน
สามารถวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของบทอ่าน แล้วให้เหตุผลได้ว่าเหตุใดบทอ่านนั้นจึงน่าเชื่อถือหรือไม่น่าเชื่อถือ
- ระดับต้น: ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อความโฆษณาประชาสัมพันธ์สั้น ๆ โดยพิจารณาจากการใช้ถ้อยคำสำนวนได้
- ระดับกลาง: ประเมินความน่าเชื่อถือของบทอ่านแล้วให้เหตุผลจากข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในบทอ่านมาประกอบความคิดเห็นของตนได้
- ระดับสูง: ประเมินความน่าเชื่อถือของบทอ่านมากกว่าหนึ่งแหล่ง (ทั้งบทอ่านที่ไปในทำนองเดียวกันและบทอ่านที่เขียนในทำนองโต้แย้งกัน) แล้วให้เหตุผลจากข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในบทอ่านมาประกอบความคิดเห็นของตนได้
4) นำสาระของบทอ่านไปใช้ในชีวิตประจำวัน
สามารถพิจารณาและนำสาระความรู้ที่ได้จากการอ่านมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองหรือแก่สังคมส่วนรวม
- ระดับต้น: เชื่อมโยงสาระความรู้ที่ได้จากบทอ่านกับสถานการณ์ในชีวิตประจำวันได้
- ระดับกลาง: ประยุกต์สาระความรู้ในบทอ่านมาประกอบการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้
- ระดับสูง: ประยุกต์สาระความรู้ในบทอ่านหลายแหล่งมาประกอบการตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้
วิธีการอ่าน
ก) พิจารณาความหมายของข้อความที่อ่าน
ข) พิจารณาความต่อเนื่องของประโยคว่ามีเหตุผลสอดรับกันหรือไม่
ค) พิจารณาความต่อเนื่องของใจความหลักและใจความรอง
ง) แยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็นและความรู้สึก
ตัวอย่าง
เผยผิวหน้าเด็กอีกครั้งใน 2 สัปดาห์!
“ริ้วรอย” (Wrinkles) คือ ปัญหาผิวที่เกิดขึ้นได้ตามอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถพบได้ตั้งแต่อายุ 25 ปีเป็นต้นไป มีสาเหตุมาจากการอุ้มน้ำ และการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินของเซลล์ผิวลดน้อยลง ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น แห้งกร้าน และเกิดเป็นริ้วรอยหรือผิวหย่อนคล้อยตามมาได้ ถ้าอยากมีผิวสวย สุขภาพดี เปล่งปลั่งจากภายในสู่ภายนอก ควรเริ่มจากการหมั่นดูแลผิวตั้งแต่ขั้นตอนการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์, พักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำในปริมาณที่เหมาะสม แล้วจึงดูแลผิวจากภายนอกไม่ว่าจะเป็นอาบน้ำให้สะอาด, หมั่นสครับผิวเพื่อผลัดเซลล์ผิว และทาครีมบำรุงผิวเป็นประจำ
วันนี้เราขอแนะนำทางลัดความอ่อนเยาว์ฉบับเร่งด่วน ด้วย “คิดส์สกิน” ครีมลดริ้วรอยที่อุดมไปด้วยคอลลาเจนและวิตามินซีเข้มข้น จึงช่วยให้ผิวเรียบเนียนและกระจ่างใสขึ้นทันที ริ้วรอยจางลงจริงเมื่อใช้ติดต่อกันเพียง 14 วัน*
คุณสมหญิง อายุ 45 ปี รีวิวว่า “ดิฉันรู้สึกว่าริ้วรอยตรงหางตาหายไปเลยค่ะ และผิวก็ชุ่มชื้นขึ้นมากค่ะ”
อย่ารอช้า! ถ้าอยากให้มีผิวอ่อนกว่าวัยอย่างที่ใจคุณต้องการ
สั่งซื้อวันนี้ โทรมาที่เบอร์ 1567 ได้เลยค่ะ (*ข้อมูลจากการสำรวจกลุ่มผู้ทดลองใช้ 20 คน)
คำถาม
1. ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นของบทอ่านนี้คืออะไร
2. จากบทอ่าน สามารถสรุปว่า “หากต้องการมีผิวที่อ่อนเยาว์แบบเร่งด่วนต้องใช้ครีมลดริ้วรอย ‘คิดส์สกิน’ เท่านั้น” ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
3. บทอ่านนี้มีความน่าเชื่อถือหรือไม่ เพราะเหตุใด
ตัวอย่างคำถามในข้อ 1 เป็นการวัดความสามารถการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ ในลักษณะการแยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นของบทอ่าน ผู้อ่านต้องพิจารณาว่า ข้อความนั้นเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงหรือเป็นข้อมูลที่เป็นข้อคิดเห็น โดยอาจสังเกตจากคำบ่งชี้ เช่น “ควร” ขอแนะนำ” “รู้สึกว่า” ซึ่งเป็นคำบ่งชี้บอกความเห็นของผู้เขียน
ส่วนตัวอย่างคำถามในข้อ 2 เป็นการวัดความสามารถการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ ในลักษณะการประเมินความสมเหตุสมผลของบทอ่าน เพราะคำถามต้องการทราบว่า เนื้อเรื่องข้างต้นสามารถสรุปด้วยข้อความว่า “หากต้องการมีผิวที่อ่อนเยาว์แบบเร่งด่วนต้องใช้ครีมลดริ้วรอย ‘คิดส์สกิน’ เท่านั้น” ได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
ผู้อ่านจะตอบคำถามนี้ได้ก็ต่อเมื่อพิจารณาว่า ข้อความในบทอ่านมีความสัมพันธ์ในลักษณะที่เป็นเหตุเป็นผลกันหรือไม่ ระหว่าง “ผิวอ่อนเยาว์” “ลดริ้วรอย” และ “คิดส์สกิน” เมื่อพิจารณาบทอ่านแล้วจึงพบว่า ไม่อาจสรุปว่า การมีผิวอ่อนเยาว์แบบเร่งด่วนนั้นเกิดจากการใช้ครีมลดริ้วรอย “คิดส์สกิน” เพราะการจะมีผิวอ่อนเยาว์หรือการจะมีสุขภาพผิวที่ดีนั้นต้องประกอบไปด้วยปัจจัยหลายประการ ทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อน การดื่มน้ำ การดูแลความสะอาดของร่างกาย และการทาครีมบำรุงผิว ดังที่ระบุในบทอ่าน
ตัวอย่างคำถามในข้อ 3 เป็นคำถามเพื่อวัดความสามารถการอ่านอย่างมีวิจารณญาณ ในลักษณะการประเมินความน่าเชื่อถือของบทอ่าน ผู้อ่านต้องพิจารณาว่า ข้อความในบทอ่านมีข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง หรือมีข้อสนับสนุนความคิดที่หนักแน่น เพียงพอ หรือมีข้อมูลที่สมเหตุสมผลหรือไม่
เมื่อพิจารณาจากบทอ่านจะเห็นว่า บทอ่านกล่าวถึงการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มตัวอย่างว่า “ข้อมูลจากการสำรวจกลุ่มผู้ทดลองใช้ 20 คน” แต่ไม่มีข้อมูลสนับสนุนเพียงพอหรือไม่มีผลการวิจัยที่รองรับผลการทดลองดังกล่าว และหากสังเกตจากการใช้ภาษาจะพบว่า มีการใช้ถ้อยคำแสดงทรรศนะหรือความคิดเห็น เช่น “ดิฉันรู้สึกว่าริ้วรอยตรงหางตาหายไปเลยค่ะ และผิวก็ชุ่มชื้นขึ้นมากค่ะ” ซึ่งเป็นความคิดเห็นของคุณสมหญิงเพียงคนเดียว อีกทั้งการใช้คำว่า “รู้สึก” ยังเป็นคำบ่งชี้ที่แสดงข้อคิดเห็น จึงส่งผลต่อการพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูล